Switzerland in Spring-Stunning Views From 5 Mountain Top


Switzerland in Spring-Stunning Views From 5 Mountain Top วิวสวยจาก 5 ยอดเขาสูงที่ห้ามพลาดในสวิสเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากไปสัมผัส หลายคนไปมาแล้วประทับใจมากอยากกลับไปเที่ยวอีก และมีอีกหลายๆคนที่ไปแล้วไปอีก เพราะประทับใจในธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาสูงมีหิมะปกคลุม ทะเลสาบสีสวยและทุ่งหญ้าสีเขียว โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบภูเขาจะตกหลุมรักประเทศนี้เพราะมีพื้นที่ภูเขามากถึง 65% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ และภูเขาส่วนใหญ่คือเทือกเขาแอลป์ ทำให้สวิสเซอร์แลนด์มีจุดชมวิวที่สวยงามบนยอดเขาสูงหลายแห่ง หลายยอดเขาอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 3,000 เมตร ทำให้มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี เรียกได้ไปเมื่อไหร่ก็จะได้เจอหิมะ ว่าใครที่เป็น mountain lover จะต้องฟิน

วันนี้หนึ่งรวบรวมเอาวิวสวยจาก 5 ยอดเขาสูงที่ห้ามพลาดในสวิสเซอร์แลนด์มาฝาก เป็นทริปขับรถเที่ยวกันเองช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา (13-23 เม.ย.) ซึ่งตรงกับช่วงสปริงหรือใบไม้ผลิ เราโชคดีมากที่ไปเจออากาศดี แดดออกเกือบทุกวันตลอดทริป ได้ตะลุยขึ้นเขาไปชมวิวหลายจุด แม้จะขับรถเที่ยวเองแต่ไม่ลำบากเลยค่ะเพราะมีที่จอดรถให้บริการทุกจุดที่ต้องขึ้นกระเช้าหรือขึ้นรถไฟ Swiss Apls ช่วงใบไม้ผลิสวยงามแค่ไหน ตามไปชมกันค่ะ (ตัวเลขด้านหลังชื่อภูเขาคือความสูงเหนือระดับน้ำทะเล หน่วยเป็น “เมตร”)
 
 
จองตั๋วเครื่องบินไปสวิสเซอร์แลนด์ ได้ที่ Traveloka
 

1. Matterhorn (4,478)

เป็นหนึ่งในยอดเขาสูงที่สุดและสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ด้วยรูปร่างที่มีเอกลักษณ์ ลักษณะเหมือนปิระมิดที่มี 4 หน้าตัด ตั้งโดดเด่นเพราะไม่มีเทือกเขาอื่นที่มีความสูงใกล้เคียงกันมาแย่งซีน ทำไห้ Matterhorn เป็นสวิสแอลป์ที่นักท่องเที่ยวอยากมาสบตาด้วยมากที่สุด อยู่ชายแดนสวิสเซอร์แลนด์ – อิตาลี ทำให้สามารถเห็นยอดเขานี้ได้จากทั้งสองประเทศ ตัว Matterhorn เองไม่มีกระเช้าหรือรถไฟขึ้นไปถึงยอด การชื่นชมความงามของมันคือขึ้นไปบนยอดเขาที่เตี้ยกว่าในบริเวณนั้น ซึ่งมีหลายจุดและสามารถขึ้นไปได้โดยกระเช้าหรือรถไฟ เช่น Rothorn, Schwarzee, Gornergrat, Riffelberg และ Klein Matterhorn (Matterhon glacier paradise) โดยแต่ละจุดจะได้เห็น Matterhorn ในมุมที่แตกต่างกันไป

รูปนี้สรุปการเดินทางไปจุดต่างๆ จะเห็นว่าทุกจุดเริ่มที่เมือง Zermatt และมีแค่ Gonergrat จุดเดียวที่เดินทางด้วยรถไฟในขณะที่จุดอื่นเป็นกระเช้า

 

Credit รูปจาก https://www.zermatt.ch

 

เมื่อมีทางเลือกมากมาย เราจำเป็นต้องต้องเลือก หนึ่งเลือกขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขา Klein Matterhorn หรือ Matterhorn น้อย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดในยุโรปที่กระเช้าหรือรถไฟจะพาไปถึงได้ด้วยความสูง 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สูงมากขนาดนี้ทำให้บริเวณนี้มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีจนได้ชื่อว่า “The eternal snow of the Alps” และมีสกีรีสอร์ทที่เล่นได้ตลอดทั้งปีด้วย นอกจากนี้ยังได้เห็น Matterhorn จากมุมสูงอีกด้วย

เมืองที่เป็นจุดเริ่มเดินทาง: Zermatt
การเดินทาง : กระเช้า Matterhorn glacier paradise ต้องเปลี่ยนกระเช้า 2 ครั้งที่สถานี Yuri และ Trockener Steg
ค่ากระเช้า:จาก Zermatt – Matterhorn glacier paradise ไปกลับราคาเต็ม 87 CHF รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่นี่
ระยะเวลาเดินทาง: จาก Zermatt–> Klein Matterhorn 45 นาที ถ้าไม่แวะจุดไหน

จุดน่าสนใจ:
– มีจุดชมวิว Matterhorn ที่สถานี Trockener Steg สามารถออกไปเก็บภาพได้
– จุดชมวิวสูงสุดเห็นวิวแบบพานอรามา 360 องศา และวิว Matterhorn ทางทิศใต้
– Glacier palace กลาเซียแกะสลักเป็นรูปต่างๆ

ข้อดี:
– กระเช้านั่งได้ 8 คน ไม่ต้องเบียด ชมวิวระหว่างเดินทางแบบสบายๆ
– แม้จะต้องเปลี่ยนสถานี 2 ครั้งแต่ก็เร็วมาก แทบไม่ต้องยืนรอเพราะมีกระเช้าหมุนเวียนตลอดเวลา
– เห็น Matterhorn ในมุมที่ต่างกัน และเห็นเกือบตลอดการเดินทาง

ควรรู้ก่อนไป

– Zermatt เป็นเมืองปลอดรถยนต์ ใครที่ขับรถเที่ยวเองสามารถจอดรถที่เมือง Tasch มีที่รับฝากรถหรือจอดที่สถานีรถไฟ (เสียค่าที่จอดรถ) แล้วนั่งรถไฟหรือแท็กซีเข้าไปในตัวเมือง ใช้เวลาแค่ 10 นาที
– อากาศแถบนี้ค่อนข้างแปรปรวนและมักมีเมฆหรือหมอกปกคลุม Matterhorn ดังนั้นถ้าวันไหนอากาศดี รีบไปจุดชมวิวในตอนเช้า ถ้าอยากเห็น Matterhorn มาแนะนำให้พักที่นี่มากกว่า 1 คืน เผื่ออากาศไม่ดี
– อากาศด้านบนจะเย็นกว่ามากๆ เตรียมเสื้อผ้าให้อบอุ่นพอ
– เนื่องจากอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก อากาศและออกซิเจนเบาบาง ระวังภาวะ high altitude sickness ทำอะไรช้าๆ

 
Zermatt ในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็น Matterhorn

 

Matterhorn

 

Matterhorn มองจากเมือง Zermatt

Matterhorn

 

ขึ้นกระเช้าไปกันเลย ระหว่างทางเห็น Matterhorn อย่างจุใจ

Matterhorn

 

ใกล้เบอร์นี้เลย

Matterhorn glacier paradise

 

 

 

 

จุดชมวิว 360 C ที่ต้องขึ้นลิฟท์จากสถานีสูงสุด

 

ลิฟท์ที่พาเราขึ้นมาจากสถานีปลายทาง

 

สวยงามตระกาไปด้วยทะเลภูเขา ว่ากันว่าถ้าอากาศดีจะมองเห็น Mont Blanc ที่อยู่ฝรั่งเศสนู่นเลย แต่วันที่เรามาเมฆค่อนข้างเยอะ แต่ก็สวยจับใจ

 

Matterhorn วิวจากทางทิศใต้บนจุดชมวิว 360 องศา

Klein Matterhorn

 

 

 

2. Jungfrau (4,158)

ถ้าจะเทียบแล้ว Jungfrau ก็เหมือนเป็นเซเลบริตี้ของเทือกเขาแอลป์เพราะมีชื่อเสียงและคนรู้จักกันมาก จริงๆแล้ว Jungfrau ไม่ได้เป็นเซเลบแค่คนเดียวเพราะเธอมี”เพื่อนๆภูเขา” ที่อยู่ติดกัน ความสูงไล่กัน Eiger และ Mönch แถมดังไม่แพ้กันด้วย หลายคนอาจจะสงสัยเพราะไม่เคยได้ยิน แต่ Eiger เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะในหมู่นักปีนเขา เอาเป็นว่าสามเขานี้เธออยู่แท็คทีมกันเป็นเหล่าเซเลบของเทือกเขาแอลป์ เท่

นอกจากภูเขาสูง Jungfrau Region มีเมืองตามหุบเขาที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามและมีรีสอร์ทที่พักมากมายไม่ว่าจะเป็นเมือง Grindelwald, Mürren, Lauterbrunnen, Interlaken, Unterseen หรือ Wengen จึงไม่น่าแปลกใจนักที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาที่นี่

สำหรับการชืนชมความงามของ Jungfrau จริงๆมีหลายจุดมาก ถ้านับเฉพาะยอดเขาที่มีกระเช้าหรือรถไฟถึงก็สรุปตามรูปด้านล่างเลย
ยอดเขาไหนอยู่ตรงไหนดูได้จากแผนที่ด้านล่างได้เลยค่ะ

 

Credit รูป http://www.swisspasses.com

 

ไม่ว่าจะมีจุดให้ชื่นชมยุงฟราวได้หลายจุดแต่ จุดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ Jungfraujoch ซึ่งอยู่ระหว่าง Jungfrau และ Mönch ที่ความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พร้อมสโลแกน “Top of Europe” ที่ฟังแล้วอยากไปยืนอยู่จุดนั้นจริงๆ มาดูกันว่าขึ้นไปแล้วจะสวยงามแค่ไหน

การเดินทาง : รถไฟสาย Jungfrau Railway หรือ Jungfraubahn; JB ซึ่งเริ่มที่ Kleine Scheidegg ถ้าเดินทาง Interlaken สามารถเดินทางด้วยรถไฟโดยไปทาง Grindelwald หรือ Lauterbrunnen ก็ได้ แต่ทีมเราพักที่ Gridenlwald เลยมาขึ้นรถไฟที่ Grindelwald ได้เลย

ค่ารถไฟ : ราคาเต็มไปกลับจากสถานีรถไฟ Grindelwald 190 CHF

ระยะเวลาเดินทาง: จากสถานี Kleine Scheidegg ไปจนถึง สถานี Jungfraujoch ระยะทางทั้งหมด 9.3 กม แต่ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 50 นาที

จุดน่าสนใจ:
– รถไฟ Jungfraubahn ส่วนใหญ่วิ่งในอุโมงค์ที่เจาะทะลุ Eiger และ Mönch ภูเขาที่อยู่ติดกับ Jungfrau โดยมีจุดจอดให้แวะลงไปถ่ายรูปสองสถานี
– บน Jungfraujoch สามารถมองเห็น Aletsch Glacier กลาเซียที่ยาวที่สุดในยุโรป
– Jungfrau และกลาเซีย Aletsch เป็นอีกพื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีและได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติ จาก UNESCO
– สถานีรถไฟ Jungfraujoch เชื่อมกับอาคาร “Top of Europe” ซึ่งในอาคารนี้มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายนาฬิกา ร้านขายช็อกโกแลต ที่ได้ชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ตัวอาคารยังเชื่อมกับจุด “Tour” ซึ่งเป็นจุดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชม มีหลายจุดไม่ว่าจะเป็น Sphinx Terrace, Snow Fun, Alpine Sensation, Ice Palace และ Glacier plateau ถ้ามีเวลาแวะให้ครบนะคะ

ควรรู้ก่อนไป
– แม้จะใช้เวลาในการเดินทางนานสักหน่อยแต่ในวันที่อากาศดีวิวสวยมาก
– เนื่องจากเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากทำให้มีนักท่องเที่ยวหนาแน่กว่าทุกจุด
– เผื่อเวลาให้เยอะจะได้เที่ยวได้ทุกจุด ไม่ต้องรีบนะคะ ทีมเราใช้เวลาเกือบทั้งวัน
– เช็คอากาศก่อนขึ้น ค่าขึ้นแพงมาก
– เช่นเดียวกับ Matterhorn Jungfraujoch อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก บางคนอาจมีอาการของ high altitude sickness ได้

 

สถานีรถไฟ Grindelwald ขวามือคือรถไฟที่จะไป Jungfraujoch

 

วิวจากบนรถไฟ

 

จุดจอดรถเพื่อชมวิวจุดแรก จุดที่สองหนึ่งไม่ได้ลงไปเก็บภาพ

 

Glacier Plateau จุดแรกที่เราออกมา นักท่องเที่ยวเยอะมาก เห็นยอด Jungfrau ไหมคะ อยู่ใกล้เหมือนแค่เอื้อม ^_^ ในส่วนธงสวิสที่ปักอยู่ได้รับความสนใจต่อคิวถ่ายรูปกันอย่างล้นหลาม ทีเราขอยอมแพ้ไม่ไปต่อคิว

 

 

 

Aletsch Glacier กลาเซียที่ยาวที่สุดในยุโรป วิวจาก Glacier Plateau

jungfraujoch

 

อีกจุดที่เราออกมา Snow fun เห็นมีคนเล่น Sledge ด้วย

 

มองเห็นหอดูดาว The Sphinx ข้างบนไกลๆ เดี๋ยวจะพาขึ้นไปข้างบนซึ่งต้องขึ้นลิฟท์ไป แต่ใช้เวลาแค่ 27 วินาทีเท่านั้น!

 

Glacier Plateau มองจาก The Sphinx ขึ้นมาแล้วมีอาการปวดหัวนิดๆ หายใจลำบากหน่อยๆ จาก high altitude sickness (ก็นะ ขึ้นมาเร็วขนาดนี้)

 

Alpine sensation and Ice Palace ก็น่ารักดีและสนุกดี

 

3. Schilthorn (2,970)

ว่ากันว่าถ้าอยากเห็นวิว Jungfrau เซเลบอื่น ( Titlis, Mönch และ Eiger) แบบสวยๆให้มาที่นี่ ซึ่งก็ขอบอกว่าจริงค่ะ ส่วนตัวชอบที่นี่มากกว่าที่ Jungfraujoch เพราะจุดชมวิวเห็น Jungfrau, Mönch และ Eiger แบบชัดมาก ใกล้มากและสวยมาก นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากจนน่าเวียนหัวและที่นี่ก็แอบเก๋ มีธีม 007 และมีมุมสนุกๆให้ถ่ายรูปด้วย Piz Gloria ภัตตาคารหมุนได้ 360 องศาที่อยู่บนนี้เคยเป็นฉากถ่ายหนังเรื่อง 007 เมื่อ 49 ปีที่แล้ว (ใครเกิดทันบ้าง) ผ่านมานานมากแต่ที่นี่ก็ยังมี เจมส์ บอนด์ให้ถ่ายรูปคู่ด้วย ห้องน้ำก็แสนจะเก๋ไก๋ กดชักโครกปุ้บ พี่เจมส์ บอนด์โผล่มาทันที (ในรูปของเสียง)
และที่ชอบมากอีกจุดคือ สถานี Birg ซึ่งเป็นสถานีก่อนถึงสถานีปลายทางก็มีจุดชมวิวที่เก๋ไก๋ มี Thirll walk ให้เดินเล่นริมหน้าผาท้าความสูงให้อะดรีนาลินหลั่งแบบเบาๆ สนุกดีค่ะ

การเดินทาง : โดยกระเช้า ขึ้นได้ที่เมือง Mürren ซึ่งเป็นเมืองปลอดรถยนต์ เข้าถึงได้ด้วยรถไฟเท่านั้นและอีกจุดที่ขึ้นกระเช้าได้คือ Stechelberg ซึ่งจะไปเปลี่ยนกระเช้าที่สถานี Mürren ถ้าเดินทางด้วยรถไฟขึ้นกระเช้าที่ Mürren สะดวกกว่า แต่ถ้าขับรถเองไปเหมือนหนึ่งและคณะไปที่ Stechelberg สะดวกกว่า มีที่จอดรถแบบเสียค่าบริการตรงจุดขึ้นกระเช้าเลย

ค่ากระเช้า : ขึ้นได้สองจุด สองราคาคือจาก Stechelberg และ Mürren แต่เราขึ้นจาก Stechelberg เพราะขับรถไป มีที่จอดรถตรงจุดขึ้นกระเช้าเลย ( Mürren เป็นเมืองปลอดรถ) ค่ากระเช้าไปกลับราคาเต็ม 105 CHF รายละเอียดราคา เข้าไปเช็คได้ ที่นี่

ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 30 นาทีหรืออาจนานกว่านี้ถ้ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จุดน่าสนใจ:

– จุดชมยุงฟราวและคณะที่สวยที่สุด
– อย่าลืมแวะสถานี Birg ซึ่งอยู่ก่อนถึงสถานีปลายทาง Schilthorn ไปเดิน Thrill walk และนั่งชมความงามของเหล่าเซเลบของเทือกเขาแอลป์

 

กระเช้าขนาดใหญ่ จุคนได้กว่า 30 คน เมืองล็กๆที่เห็นไกลๆ บนผาคือเมือง Mürren นั่นเอง

birg, murren

 

swiss alps

 

จำได้ไหมคะ ใครเป็นใคร บน, ซ้าย, ขวา –> Jungfrau, Eiger และ Mönch

schilthorn

 

วิวจากระเบียงของ Piz Gloria เห็น Eiger, Mönch และ Jungfrau เรียงจากซ้ายมาขวามืออย่างสวยงาม ใกล้มาก สวยมาก

 

มีความเป็นสายลับ ^_^

 

swiss alps

 

swiss alps

 

swiss alps

 

ขาลงเราแวะสถานี Birg ซึ่งมีจุดชมวิวและมี Thrill walk ให้เดิมตามหน้าผาเล่นๆ รับลมเย็นๆ ให้มีอดรีนาลินหลั่งสักหน่อย ^_^

schilthorn

 

 

ที่นี่ก็มีจุดชมสามสหายเซเลบ เบื่อกันหรือยังคะ Eiger, Mönch และ Jungfrau

birg, schilthorn

 

4. Hader Klum (1,321)

ชมวิวภูเขาบนที่สูงๆ วิวภูเขาอัดแน่นแบบอะลังๆไปแล้ว มาเปลี่ยนบรรยากาศชมวิวแบบเมืองๆหน่อย แต่ก็ยังเห็นภูเขาแบบไกลขึ้นไปหน่อย Harder Klum เป็นจุดชมวิวในเมือง Interlaken ที่สามารถมองเห็นยุงฟราวและเพื่อนๆยอดเขาอื่นๆของเทือกเขาแอลป์ (แบบไกลๆ) นอกจากนี้ยังได้เห็นเมือง Interlaken ที่มีสองทะเลสาบขนาบอยู่ เป็นที่มาของชื่อเมืองนี้นั่นเอง การขึ้นจุดชมวิวต้องนั่งรถรางขึ้นไป ซึ่งสถานีรถรางอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ Interlaken OST นั่นเอง จอดรถแถวๆสถานีรถไฟแล้วเดินไปได้

เมืองที่เป็นจุดเริ่มเดินทาง: Interlaken
การเดินทาง : รถราง (funicular railway) โดยจุดขึ้นรถรางอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Interlaken OST รอบๆสถานีรถไฟมีที่จอดรถ (แบบเสียค่าบริการ)
ค่ารถราง:ราคาเต็ม 32 CHF
ระยะเวลาเดินทาง: ใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 8 นาที หลังคาและหน้าต่างเป็นกระจก สามารถนั่งชมวิวได้ตลอด

ข้อดี:
– อยู่ในเมือง เดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่นาน

 

interlaken

 

จากจุดนี้ก็มองเห็น Eiger, Mönch และ Jungfrau นะคะ เห็นกันไหม ^_^

interlaken

 

interlaken
 
harder klum
 

 
5. Rigi Klum ( 1,798 )

Rigi มีอีกชื่อเก๋ๆ ว่า “Queen of the mountains” เป็นภูเขาที่อยู่ตอนกลางของสวิสเซอร์แลนด์ใกล้ Lucerne และ Zurich เป็นอีกจุดชมวิวที่สวยงาม นอกจากจะได้เห็นวิวภูเขาแล้วยังมีทะเลสาบอีกมากกว่า 13 ทะเลสาบ เดินทางสะดวก เที่ยวได้แบบครึ่งวัน หรือช้าไป-เย็นกลับแบบสบายๆ จาก Lucerne และ Zurich การเดินทางทำได้ทุกรูปแบบทั้งรถไฟ รถยนต์ หรือเรือ นอกจากนี้รถรางที่พาขึ้นไปจุดชมวิวยังเป็นรถรางสายแรกของยุโรปที่เปิดให้บริการมาแล้วถึง 140 ปี มีความเป็นประวัติศาสตร์ ^_^

การเดินทาง : Rigi เดินทางได้ง่ายจากทั้ง Lucerne หรือ Zurich เดินทางได้ทั้งทางรถไฟ เรือหรือขับรถยนต์

credit รูปจาก https://www.rigi.ch
 
เส้นสีแดงคือเส้นทางรถไฟ ส่วนสีดำคือกระเช้า

credit รูปจาก https://www.myswissalps.com
 
เนื่องจากเราเดินทางจาก Lucerne และอยากเปลี่ยนบรรยากาศลองนั่งเรือดูบ้่งเลยนั่งเรือจาก Lucerne ไปขึ้นรถรางที่ Vitznau ท่าเรือของทั้งสองจุดอยู่ติดกับบสถานีรถไฟเลย สะดวกมากๆ ขากลับบางคนนั่งรถรางไปลงสถานี Rigi Kaltbad แล้วขึ้นกระเช้าไปลงที่ Weggis เมืองน่ารักริมทะเลสาบลูเซิน แล้วนั่งเรือกลับลูเซิน หรือจะเลือกลงอีกทางไป Arth-Goldau แล้วนั่งรถไฟกลับ Lucerne แต่เราเลือกขึ้นลงทางเดิม

ค่าเดินทาง: ค่าเดินทาง ค่าเรือ + ค่ารถราง จากลูเซิร์นแบบไปกลับ 58.50 CHF ท่าเรืออยู่ติดสถานีรถไฟลูเซิร์นเลย หาง่ายมากเพราะเป็นสถานีแรก อยู่ติดสะพาน
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 30 นาที

จุดน่าสนใจ:
– เดินทางสะดวก
– ใช้เวลาไม่นาน สามารถเที่ยวแบบครึ่งวัน หรือเช้าไปเย็นกลับได้
– ถ้าใครชอบอาบน้ำแร่ อยากแช่น้ำอุ่นๆและดูสวิสแอลป์ไปด้วยก็ไปจัดที่นี่ได้เลยhttp://www.mineralbad-rigikaltbad.ch เราไม่ได้ไปเพราะอากาศแอบร้อนค่ะ แม้จะเห็นมีหิมะ ดูเหมือนจะเย็น แต่จริงๆคือค่อนไปทางร้อนเพราะแดดแรงมาก

 


 

 

 

 


มีเสน่ห์และสวยงามไม่แพ้กันเลยทั้ง 5 จุดใช่ไหมคะ แต่ขอบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะสวิสเซอร์แลนด์มีจุดชมวิวบนภูเขามากมายให้เลือกขึ้น ใครที่วางแผนอยากไปชื่นชมความงามของสวิสแอลป์แต่ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นเขาลูกไหน หนึ่งมีเคล็ดลับให้คือ จดรายชื่อเขาที่อยากขึ้นไว้และวางแผนอยู่แถวนั้นให้นานขึ้น เผื่อเวลาไว้เพราะสภาพอากาศอาจแปรปรวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาสูง ถ้าวันไหนอากาศดี แดดสวย ขึ้นเขาลูกที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที และขึ้นภูเขาลูกที่อยากขึ้นมากที่สุดตอนเช้าเพราะฟ้าจะใสกว่า แต่ไม่ว่าจะขึ้นภูเขาลูกไหนก็จะประทับใจกับความงามของสวิสแอลป์แน่นอนค่ะ

 

จองที่พักสวิสเซอร์แลนด์ยอดนิยม ได้ที่ Traveloka
 

*เที่ยวช่วงสปริงหรือใบไม้ผลิ- อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวมาก (ยกเว้นขึ้นเขาสูงๆ) วันที่แดดแรงอาจถึงขั้นร้อน แต่วันที่ไม่มีแดดก็ยังไม่หนาวจัด จากรูปจะเห็นว่าบนภูเขาสูงยังมีหิมะอยู่มาก ทะเลสาบบนภูเขาสูงๆยังเป็นน้ำแข็งอยู่ แต่ในป่ายังมีสีเขียวๆ และเริ่มมีดอกไม้บาน นอกจากนี้พระอาทิตย์ตกช้าประมาณสองทุ่ม เวลาเที่ยวยาวมาก ถือเป็นช่วงที่ดีช่วงหนึ่งในการมาเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์

*การขับรถเที่ยวในสวิสเซอร์แลนด์ไม่ยากมาก ถนนหนทางดี เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ชอบลากกระเป๋าเดินหรือมีสมาชิกในทริปที่อายุต่างกันมากๆ เช่นมีเด็กเล็กๆและมีคนแก่ การเดินทางใช้เวลาไม่ต่างจากนั่งรถไฟ แต่อาจจะเตรียมใจเรื่องค่าที่จอดรถตามจุดต่างๆ (ที่ดูแล้วอาจน่ากลัวแต่พอหารต่อหัวแล้วก็พอรับได้)และถนนที่คดเคี้ยว ขึ้นเขาลงเขาแทบตลอดเวลา

* ใครที่สนใจขับรถเที่ยวแนะนำให้ซื้อ Swiss half Fare Card ที่สามารถลดราคาได้ 50% ของค่าขึ้นจุดชมวิวทุกจุดที่ลงในบล็อกเอ็นทรีนี้และยังใช้ลดราคาค่ารถไฟได้ด้วย คุ้มมากๆค่ะ เราซื้อออนไลน์จากที่นี่ https://www.swiss-pass.ch/swiss-half-fare-card/

 
จองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ได้ที่ Traveloka
 
 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

Thun Castle
Switzerland in Spring : Spiez and Thun เดินเล่นเมืองสวยริมทะเลสาบ Thun
May 30, 2018

2 Comments

FUFY
Reply May 31, 2018

ฟ้าใสทุกวันเลย โชคดีคอดๆ ^_^

    adrenalinerush
    Reply June 2, 2018

    เนอะ ไปอีกทีจะได้แบบนี้ไหมไม่รู้ ;)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *