เมื่อขนมหวานคืองานศิลปะ Cédric Grolet @ Le Meurice


เมื่อขนมหวานคืองานศิลปะ Cédric Grolet @ Le Meurice

ไปปารีสมาอีกแล้ว หนึ่งไม่เคยเบื่อที่จะไปปารีสเลย เอาจริงๆ แค่หาร้านกินอาหารและขนมก็สนุกและอยากกลับไปเยือนอีกบ่อยๆ แล้ว ครั้งนี้แม้จะมีเวลาที่ปารีสน้อยมากและเป็นทริปครอบครัวที่ต้องดูแลสมาชิกทุกคนแต่หนึ่งไม่พลาดไปหาร้านขนมอร่อยชิมแน่นอนค่ะ ^_^ บล็อกเอ็นทรีนี้ของนำเสนอขนมหวานจากฝีมือเชฟ Cédric Grolet ซึ่งเป็น pastry chef ดาวรุ่งกำลังพุ่งแรง การันตีด้วยรางวัล Best pastry chef ประจำปี 2018 แต่เชฟเองมีผลงานดีด่นมาตั้งแต่ปี 2015 แล้วค่ะ ผลงานขนมดีเด่นที่ทำให้ถูกจับตามองและน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับรางวัลนี้น่าจะเป็นขนมในซีรีย์ “fruits” หรือ “ผลไม้” ซึ่งเชฟสร้างสรรค์ขึ้นมาให้ดูเหมือนผลไม้จริงมากกก ไม่ใช่แค่หน้าตา รวมถึงรสชาติด้วย

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเชฟกันก่อนนะคะ เชฟ Cédric Grolet อายุยังไม่มากแต่คลุกคลีในในวงการขนมมานับ 10 ปีแล้ว เคยทำงานที่ Fauchon ภายใต้การฝึกฝนของ Christophe Adam เชฟคนดังที่ตอนนี้ออกมาเปิดร้าน L’Éclair de Génie (ที่หนึ่งเคยพูดถึงในบล็อกขนมเอแคลร์และบล็อกรีวิวขนมหวานในปารีสบล็อกก่อนๆ) ก่อนย้ายออกมาทำงานที่ le Meurice โรงแรมระดับห้าดาวจนได้รับการโปรโมทให้เป็น executive pastry chef

ก่อนหน้านี้ถ้าอยากกินขนมฝีมือเชฟต้องไปกินในร้านของทางโรงแรม แต่ข่าวดีคือตอนนี้ทางโรงแรมได้เป็นร้านขนมเล็กๆ เพื่อให้ลูกค้าซื้อขนมกลับไปกินที่บ้านได้ โดยไม่ต้องมา (นั่งเกร็ง) เข้าไปกินในร้านอาหารของทางโรงแรมอีกต่อไป ร้านนี้เพิ่งเปิดวันที่ 20 มี.ค 2018 แต่…โอกาสดีๆแบบนี้มีจำกัดเพราะร้านจะเปิดถึงแค่วันที่ 30 ธ.ค. 2018 เท่านั้น! ไปถึงปารีสแล้วก็ต้องไปชิมสิคะ รออะไร ^_^

ร้านอยู่เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม อยู่ติดถนน rue de Castiglione จริงๆแล้วร้านอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์ลูฟและสวน Tuileries และร้าน Angelina มากๆ เดินแป้บๆก้ถึงแล้วค่ะ เป็นร้านเล็กๆ ขายแบบ take away อย่างเดียว การตกแต่งร้านเรียบแต่โก้สมกับเป็นร้านขนมของโรงแรมห้าดาว ในร้านมีเพสทรีเชฟทำงานจริงด้วยแต่เป็นคุกกี้ง่ายๆ ในส่วนของขนมนั้นไม่ได้มีมากแบบหลากหลาย แต่มีเด็ดๆ โชว์ให้เห็นพร้อมราคาไปเลยและเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ที่มีแน่นๆคือขนมในซีรีย์ผลไม้ของเชฟนั่นเอง เนื่องจากร้านเล็กและมีลูกค้าในร้านพอสมควร ถ่ายรูปมาแบบรีบๆ เน้นๆไปเลยนะคะ

หน้าร้านเค้าค่ะ ร้านเล็กแบบนี้เลย
 

 

 

 

ในส่วนของขนมนั้นโชว์กันแบบงานศิลปะให้เห็นชัดๆ แบบนี้ไปเลย พร้อมบอกราคาชัดเจน (เห็นราคาแล้วใจสั่นนิดๆ ฮ่า) แต่หนึ่งก็กวาดมาทุกตัวในรูปเลยล่ะ 😉
 

 

 
Rubik’s Cube ขนมที่เป็นงานสร้างสรรค์ของเชฟที่น่าสนใจและเป็นขนมไฮไลท์อีกตัวแต่หนึ่งไม่ได้ซื้อมาลองชิม เพราะเท่าที่ซื้อก็หนัก (ทั้งราคา) และปริมาณแล้ว เกรงว่าจะกินกันไม่หมดกัน ไม่หมดก็เสียดายนะ ดูราคาสิคะ เอิ้ก
 


 
cedric grolet

 

St. Honoré ขนมที่เกิดจากการรวมตัวกันของพัฟเพสรีและชูครีม ถาดนี้ถาดใหญ่นะคะ ตกแต่งสวยงาม ราคาแรงได้อีก อิอิ

 


 
ขนมแบบเบสิค ราคาเบาลงมาหน่อยก็มีนะคะ เช่น kougloff 6 ยูโร ตัวนี้หนึ่งก็ซื้อมาลองชิมเหมือนกัน
 
Cedric grolet
 

และคุ้กกี้ ที่สั่งไป 2 ชิ้น แต่ร้านลืมหยิบให้ แอบเสียใจนิดๆ อดชมเลย
 

 
เอาละ ได้ขนมมาแล้ว 1 ถุงใหญ่ ในแพคเกจจิ้งที่สวยงามสมเป็นขนมจากร้านของโรงแรมระดับห้าดาว (ราคาก็สวยด้วย) มาดูกันว่า ขนมหน้าตาภายนอกภายในเป็นยังไง อร่อยแค่ไหน
 

 
เนื่องจากร้านอยู่ใกล้สวน Tuileries เราเลยข้ามถนนไปนั่งกินในสวนแบบสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ขนมทั้งหมดที่ซื้อมามีดังนี้ค่ะ
 

 
เริมจากงานสร้างชื่อที่ใครๆก็พูดถึง ขนมในซีรีย์ผลไม้ของเชฟ ซึ่งมี 2 ตัว และหนึ่งจัดมาทั้งสองตัวเลย

เริมที่ Pomme Verte หรือแอ้ปเปิ้ลเขียว 17 ยูโร เมีความเป็นแอ้ปเปิ้ลเขียวมาก เหมือนทุกรายละเอียดและทุกอย่าง “กินได้” แม้แต่ก้านที่ทำจากช็อกโกแลต
 
cederic grolet
 
มาที่ Citron Noir หรือเลมอนสีดำ 17 ยูโร เป็นเลมอนสีดำที่รายละเอียดเหมือนมากอีกแล้วค่ะ ประทับใจตรงผิวเลมอนที่ทำออกมาได้คล้ายของจริงมากๆ
 
Cedric grolet
 
ขนมทั้งสองตัวนี้มีแพทเทิร์นที่คล้ายกัน คือเป็นขนมที่เลียนแบบผลไม้ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและรสชาติด้วย ตัวไส้ในขนมที่มีลักษณะคล้ายเจลลี่และตัวโครงของขนมที่ทำจากมู้สไวท์ช็อกโกแลตเหมือนกัน แต่ต่างกันในเรื่องรายละเอียดจากความแตกต่างของรูปลักษณ์และรสชาติของผลไม้ เห็นหน้าตาแล้วดูรู้เลยว่าทำยากมากๆ ยากตรงต้องมาปั้นให้ขนมหน้าตาเหมือนของจริงจนบางคนเรียกว่าเป็น “งานปั้น” อย่างหนึ่ง หนึ่งไปหาสูตรและวิธีทำในยูทูปซึ่งมีบอกนะคะ ไม่ได้ปิดบัง เชฟเองก็มีหนังสือ “fruits” ขาย แต่แม่เจ้า! มันหลายขั้นตอนมาก และใช้เวลาและเทคนิคเยอะมากกว่าขนมจะเสร็จ ดังนั้น 17 ยูโรก็ดูแพงแหละ แต่ถ้าเทียบว่ากว่าเชฟจะคิดสูตร คิดวิธีทำ ทำจนเสร็จ ลงขายบวกค่าหีบห่ออันสวยงามแล้วก็จ่ายไปเถอะค่ะ มันเป็นงานศิลปะที่กินได้ดีๆนี่เอง ในส่วนของรสชาตินั้นก็แล้วแต่คนชอบนะคะ มีสมาชิกชอบ Citron noir มากเพราะชอบขนมรสเปรี้ยว แต่ส่วนตัวหนึ่งไม่ได้ว้าวกับรสชาติมาก แต่ว้าวมากๆ กับความคิดสร้างสรรค์และเรื่องของเทคนิค
 

ขนมมีส่วนผสมอะไรบ้างหนึ่งถามนะคะ แต่จดไม่ทันเลยเลย เพราะมันเยอะสิ่งและยาวมาก อยากรู้ว่าข้างในจะเป็นยังไงดูในคลิปได้เลยค่า
 


 

Tarte Chocolat 13 ยูโร เป็นทาร์ตช็อกโกแลตที่อร่อยมากกกกก ในบรรดาขนมที่ซื้อมาทั้งหมด ในส่วนของรสชาติหนึ่งชอบตัวนี้ที่สุด เห็นเป็นทาร์ตช็อกโกแลต แต่มันไม่ได้เป็นแค่ทาร์ตช็อกโกแลตง่ายๆ หนึ่งคิดว่ามีไม่ต่ำกว่า 6 ชั้นสำหรับขนมตัวนี้ ได้รสของ salted caramel มาด้วยเบาๆและช็อกโกแลตมู้สที่รสมีความดาร์คในระดับที่อร่อย ตัวทาร์ตนั้น ความบาง ความกรอบ ความเป๊ะไม่ต้องพูดถึง ดีงาม ชอบมากๆค่ะ
 

 

 
แย่งกันกินกับหลานสาว 😉
 

 
Paris Brest coco 10 ยูโร เป็นขนมคลาสสิคที่ทำออกมาได้อร่อย มีความเป๊ะทั้งเปลือกและไส้ แต่ส่วนตัวหนึ่งคิดว่าเป็นความอร่อยที่ไม่ได้โดดเด่นมากจนจำได้
 

 
ขนมตัวสุดท้าย Kougloff เป็นขนมปังหวานที่อบในพิมพ์พิเศษแบบในรูปเลยค่ะ เป็นขนมคลาสสิคที่บ้านเกิดอยู่ที่ออสเตรีย แต่ได้รับความนิยมในหลายแถบของยุโรป รวมทั้งฝรั่งเศสด้วยเฉพาะแคว้น Alsace แต่ที่ปารีสก็มีนะ ^_^ ต้องยอมรับว่าจริงๆ หนึ่งก็เพิ่งเคยกินขนมตัวนี้เป็นครั้งแรก ขนมแห้งกว่าและไม่ rich เท่าบริออช แต่อร่อยมากๆค่ะ หอมเนย หนึ่งได้กินคำเดียว หันไปอีกทีหมดคาปากหลานสาว เธอชอบมาก
 
cedric grolet
 

 
ชิมไปทุกตัวแล้ว ในเรื่องของมาตรฐานของขนมนั้นคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมายเพราะระดับเชฟขนมหวานโรงแรม 5 ดาว สิ่งที่หนึ่งชอบมากคือความคิดสร้างสรรค์และความทะเยอทะยายของเชฟในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆและการนำเสนอขนมคลาสสิคให้ออกมาอร่อยและไม่น่าเบื่อ ในส่วนของรสชาตินั้นต้องบอกว่าแล้วแต่คนชอบเลยค่ะ แม้ว่าซีรีย์ขนม “ผลไม้”ของเชฟที่ซื้อมารอบนี้รสชาติไม่ได้โดนใจหนึ่งมาก แต่หนึ่งชอบทาร์ตช็อกโกแลตมากๆ อร่อยที่สุดค่ะ ในส่วนของราคานั้นสูง (มาก)จนน่าใจหายเหมือนกัน แต่ถ้าเข้าใจว่ามันเป็นงานศิลปะ เป็นสิ่งที่คิดค้นขึ้นมาใหม่โดยเชฟเอง ใช้เวลาในการทำงาน รสชาติดี และเป็นร้านจากโรงแรมห้าดาว นับค่าแพคเกจจิ้งที่เห็นแล้วก็รู้ว่ามันแพงแล้วก็พอเข้าใจได้ค่ะ ใครที่ชอบชอบผลงานเชฟ หรืออยากลองชิมขนมฝีมือเชฟถ้ามีโอกาสไปปารีสแนะนำให้รีบไปลองก่อนร้านจะปิดตอนสิ้นปีนะคะ เพราะถ้าร้านปิดจะกินทีต้องเข้าไปในในร้านอาหาร ราคาอาจจะแพงขึ้นไปกว่านี้ (ได้อี๊ก)
 
ข้อมูลเพิ่มเติม

Cédric Grolet @ Le Meurice

228 rue Rivoli
75001 Paris

การเดินทางโดยรถไฟ: M1 ลงสถานี Tuileries

เวลาเปิด : 20 มี.ค. ถึง 30 ธ.ค. 2018 เปิดตั้งแต่เที่ยงจนขนมขายหมด ร้านปิดวันจันทร์

 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

La Maison d’Isabelle
The best croissant in Paris 2018 @La Maison d’Isabelle
October 31, 2018
Cheese Tart
October 07, 2018
choux cream
ไขความลับ “ชูครีม” อบอย่างไรให้ไม่ fail
June 18, 2018
เที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 2
October 18, 2017
L'Escargot Montorgueil
French Cuisine and Snails @ L’Escargot Montorgueil
September 12, 2017
Fogón, a contemporary Spanish near Notre Dame Paris
August 29, 2017
Le Comptoir du Relais Saint-Germain
Le Comptoir du Relais ร้านอาหารของเจ้าพ่ออาหารแนว bristo
August 22, 2017
Île de la Cité, Historical heart of Paris
July 22, 2017
Paris
Angelina (Tea House)
July 10, 2017

2 Comments

FUFY
Reply October 29, 2018

เจ้ยอมไม่ได้ เลยต้องจัดมา อิอิ

    adrenalinerush
    Reply October 29, 2018

    เจ้ไหน รอบนี้มีหลายเจ้ 555

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *