Eat in Tokyo กินอะไรอร่อยที่โตเกียว ตอนที่ 1


Eat in Tokyo กินอะไรอร่อยที่โตเกียว ตอนที่ 1
 
ไม่ต้องอารัมภบทมากทุกคนก็รู้ว่าโตเกียวของกินเยอะแค่ไหน ทั้งคาวทั้งหวานมีให้เลือกเพียบ ไหนจะผลไม้อีก สตรอเบอร์รี ส้ม องุ่น แล้วแต่ว่าเราไปเที่ยวฤดูไหน ถ้าจะชิมได้ครบคงต้องใช้เวลานานมากกกกก แต่ก็ใช่ว่าอาหารทุกอย่างในโตเกียวจะอร่อยถูกปากทุกอย่างทุกคนนะคะ เพราะความ “อร่อย” เป็นเรื่องของความชอบส่วนตัวและขึ้นกับประสบการณ์ตรงของคนกินด้วย ที่ญี่ปุ่นหนึ่งเคยกินอาหารกล่องในร้านสะดวกซื้อที่เค็มปี๋แทบกินไม่ได้ เคยกินเค้กที่ตักคำเดียวแล้วไม่อยากเคี้ยวต่อ และเคยกินชูครีมที่กินแล้วเสียดายเงินที่ซื้อมาแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะดีกว่าถ้าเราเลือกร้านที่เราคิดว่าเราจะไปกับมันได้ กินแล้วประทับใจดีกว่าไปซื้อและลองกินเอาดาบหน้าจริงไหมคะ วันนี้หนึ่งมีตัวอย่างอาหารและขนม (อร่อย) ที่หนึ่งกินในช่วงเวลา 3 วันในโตเกียวสั้นๆ (แต่กินยาวๆไป) ว่ามีอะไรบ้าง เผื่อเป็นไกด์ไลน์ หรือเผื่อใครอยากตามรอยไปชิม
 
แต่ก่อนอื่นหนึ่งต้องออกตัวก่อนว่า Eat in Tokyo กินอะไรอร่อยที่โตเกียว ตอนที่ 1 เป็นการกินอาหารที่หนึ่งเลือกในแบบที่ตัวเองชอบ หลักการหาของกินของหนึ่งคือ คิดก่อนว่าอยากกินอะไร แล้วเสิร์ชหาร้านโดยเน้นร้านที่อยู่ในพื้นที่ที่เราจะไปเป็นหลัก แต่ก็มีบางร้านที่ตั้งใจเดินทางไปเลย และอ่านรีวิวของร้านใน tripadvisor และ tablelog เป็นหลัก ต้องขอบอกว่า ร้านที่กินบางร้านต้องใช้ความ “พยายาม” ในการเดินทางไปกินเล็กน้อย รอบนี้หนึ่งใช้เวลาในการกินเยอะ เพราะมาโตเกียวหลายครั้งแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปครบแล้ว เลยไม่ต้องห่วงว่าจะเที่ยวไม่ครบเพราะมัวหาของกิน อิอิ
 
มาดูกันว่าทริปนี้หนึ่งกินอะไรไปบ้าง หนึ่งแบ่งออกเป็นสองตอน ตอนแรกในบล็อกเอ็นทรีนี้จะว่าด้วยเรื่องของ อาหารคาว สำหรับขนมและของหวานขอยกไปตอนที่สองในบล็อกเอ็นทรีหน้านะคะ เนื่องจากแต่ละคนมีความชอบต่างกัน ความรู้สึกอร่อยต่างกัน หนึ่งจะพยายามบรรยายรายละเอียดของอาหารแต่ละตัวให้มากที่สุด จะได้พิจารณาว่าใช่แนวที่ชอบหรือควรตามรอยหรือไม่นะคะ
 
มาเริ่มกินกันเลยค่า ^_^
 
ซูชิ & ซาชิมิอร่อยร้าน Tsukiji Idatori Bekkan (築地虎杖 別館)
 
ที่ตั้ง: อยู่ในอาคารด้านในของตลาดปลา Tsukiji
เวลาเปิดปิด: ร้านมีทั้งที่ชั้น 1 และชั้น 2 เป็นร้านเดียวกัน แต่กินที่ไหนจ่ายที่นั่น ชั้น 1 จะมีแค่โต๊ะบาร์ บรรยากาศตลาดเลย ชั้น 2 ร้านจะตัวส่วนตัวกว่า ที่นั่งมีทั้งแบบบาร์นั่งดูเชฟชัดๆ และแบบเป็นโต๊ะอาหาร เวลาเปิดปิด ต่างกัน แต่ทั้งสองร้านเปิดทุกวัน เข้าไปดูเวลาเปิดปิด ที่นี่
อาหาร: Edomae หรือ Edo-style sushi, sashimi และอาหารญี่ปุ่นอื่นๆที่ทำจากซีฟู้ด
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
ราคา: ค่อนข้างสูง ประมาณ 2,000-3,000 เยน มื้อเที่ยง และ 8,000-10,000 เยน อาหารเย็น
เว็บไซต์ http://itadori.co.jp/en/shop/shop_03.html
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
วิธีชำระเงิน: เงินสด, บัตรเครดิต
การเดินทาง: เดินทางด้วย subway หรือรถไฟใต้ดิน มีสามสายที่ไปได้คือ
1. Hibiya Line ลงสถานี Tsukiji Station ออก Exit 1 เดินต่อประมาณ 3-5 นาที
2. ลงสถานี Tsukiji-Shijo Station ออก Exit A1 เดินต่อประมาณ 3-5 นาที
3. Toei Asakusa Line ลงสถานี Higashi-Ginza Station ออก Exit 6 เดินประมาณ 5-7 นาที
 
ตลาดปลา Tsukiji เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต มีทั้งนักท่องเที่ยวคับคั่งทุกวัน ในอดีตที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการชมการประมูลปลา แต่ปัจจุบันตลาดชั้นในที่จัดการประมูลปลาได้ย้ายออกไปแล้ว เหลือแต่ตลาดชั้นนอกที่ขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งแบบสด แบบแห้งและแบบถนอมอาหารอื่นๆ นอกจากนี้ของกินก็เยอะมากเช่นกันค่ะและมักเป็นของกินที่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเล ซึ่งก็ไม่พ้น ซูชิ ซาชิมิ ต่างๆ และมีอาหารอื่นๆ ให้ชิมอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิว สตรอเบอร์รี ไดฟูกุ ไอศครีม ไข่หวาน หอยต่างๆ สรุปว่าเยอะค่ะ นอกจากของกินยังมีพวกร้านขายถ้วยชาม อุปกร์ณ์ของใช้ในครัว ร้านขายมีดโดยเแพาะ หนึ่งชอบมาเดินตลาด ชอบสำรวจข้าวของ ตลาดที่เหลือตอนนี้เรียกว่า outer market หรือตลาดชั้นนอก ขนาดไม่ใหญ่มาก เดินแป้บเดียวก็ครบแล้ว ตลาดเปิดตั้งแต่เช้า ร้านส่วนใหญ่ปิดตอนบ่ายสอง จึงเหมาะที่จะมากินอาหารเช้า หรืออาหารเที่ยง ถ้าไปช่วง 9-10 โมง คนจะเยอะมากๆ หนึ่งชอบไปช่วงหลัง 10 โมง เดินกำลังสบายๆ

ร้านอาหารแถวนี้มีเยอะมากๆ มีทั้งแบบนั่งกินแบบม้านั่งริมทางเดินและแบบเป็นร้านโดยเฉพาะ แต่ถ้าใครอยากกินซูชิหรือซาชิมิที่คุณภาพดี (คู่ควรการมากินที่โตเกียว) หนึ่งแนะนำร้าน Tsukiji Idatori Bekkan (築地虎杖 別館) เพราะจะได้ปลาที่คุณภาพพรีเมียมกว่าร้านด้านนอกมาก แม้ราคาจะสูงกว่า (ประมาณ 2 เท่าของราคาร้านนั่งกินแบบม้านั่ง) แต่ว่าคุ้มกว่า เพราะลองกินร้านม้านั่งแล้วแอบเสียดายเงิน เพราะคุณภาพปลาดิบนั้น สู้ร้านใน กทม บางร้านไม่ได้ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า รสชาติกินที่ กทม ก็ได้
ร้าน Tsukiji Idatori Bekkan (築地虎杖 別館) ยู่ในตึกด้านใน เดินเข้ามาจากตัวตลาดที่ขายของอยู่รอบๆ ได้เลย แล้วมองหาป้ายภาษาญี่ปุ่น ร้านมีทั้งชั้น 1 และชั้น 2 หนึ่งมากิน 2 ครั้งแล้ว และเลือกกินชั้นสองทั้งสองครั้งเพราะดูส่วนตัวกว่า มีแผนที่ร้านให้ดูคร่าวๆ เพราะถ้าไปหาจริงๆ ไปครั้งแรกอาจจะงงๆ ถ้ามีแผนที่ก็พอจะง่ายขึ้น
 
ถ้ามาจากสถานี Tsukiji (Hibiya line) มาแบบนี้
 

 
แต่ถ้ามาจากสถานี Tsukiji-Shijo (Tsukiji-Shijo line) ทิศก็จะปรมาณนี้
 

 
เมนูอาหารเที่ยงกับอาหารเย็นต่างกันเล็กน้อยนะคะ เราไปตอนเที่ยง มาดูที่เราสั่งกันค่ะ
 
Fatty tuna kaisendon 4,280 เยน จริงๆ ถ้าพูดถึง kaisendon จะหมายถึง seafood rice bowl คือมีซีฟู้ดหรือซาชิมิวางอยู่บนข้าวที่ไม่ผสมน้ำส้มสายชู แต่จานนี้ตัวข้าวเป็นข้าวซูชิคือผสมน้ำส้มสายชูด้วย (chirashidon) ไปอ่านเจอมาว่าบางครั้งคนโตเกียวเองก็ใช้สลับกัน? อันนี้หนึ่งไม่แน่ใจ แต่ถ้วยนี้ข้าวผสมน้ำส้มสายชูได้รสเปรี้ยวที่พอดีเป๊ะ มีรสหวานจากธรรมชาติของข้าวญี่ปุ่น เข้ากันมากกับเนื้อทูนาที่เห็นก็รู้แล้วว่าพรีเมียม เนื้อนุ่มมาก สดมาก กัดเข้าไปคือ ฉ่ำ นุ่ม กินด้วยกันแล้วอร่อยสุดๆ
 
sea food bowl

 
Sahsimi 5 อย่าง แต่เหมือนเชฟเพิ่มให้อย่างหนึ่ง 2,500 เยน เป็นรวมมิตรปลาดิบ เสิร์ฟพร้อมผักที่มีทั้งดิบและสุก พร้อมกับขิงดอง ผักเคียงที่เสิร์ฟมามีความหมายนะคะ หลายตัวช่วยเพิ่มรสชาติ บางตัวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและบางตัวช่วยช่วยอาหารด้วย หนึ่งกินเรียบทั้งผักและปลาดิบเลย
 
sashimi
 
น้ำจิ้มขวามือคือน้ำจิ้มผักรสจะมีความมันจากถั่วด้วย ส่วนปลาดิบใช้ซ้ายมือที่เราคุ้นเคย ตอนแรกหนึ่งไม่รู้ เอาปลาดิบจิ้มน้ำจิ้มผัก คุณเชฟรีบชี้บอกรัวๆ ว่าต้องกินแบบนี้นะ น่ารักมาก
 

 
สุดท้ายเครื่องดื่ม เป็นชาเขียว ถามพนักงานว่าเป็นมัทฉะหรือเปล่า พนักงานบอกว่าใช่ เป็นมัทฉะที่รสอ่อนๆ เบาๆ เหมาะกับการกินซูชิปละซาชิมิมาก

ไหนๆ ก็อยู่ตลาด Tsukiji แล้ว หนึ่งให้ดูอาหารอื่นๆ ที่หนึ่งกิน

seafood rice bowl 2,000 เยน กินร้านม้านั่งรอบๆตลาดเจ้านึง เป็นทูนาเหมือนกัน ดูเทียบกับร้านด้านบนได้เลยค่ะ รสชาติธรรมดา ไม่น่าประทับใจอะไร

 

 
ชามนี้จากร้านเดียวกัน แก้มทูน่าย่าง เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่น 1600 เนย หอมอร่อยดีนะคะ แต่กินไปสักพักจะรู้สึกเลี่ยนๆนิดนึง
 

 
วากิวเกรด A5 (วากิวเกรดดีเยียม) แบบเสียบไม้ขาย น่าจะเป็นเจ้าเดียวในตลาดอยู่โซนด้านหลังในซอย Tsukiji nishi dori ราคา 2,000 เยน ใครชอบรีบจัดเลยค่ะ ร้านอยู่ติดร้าขายขนมไดฟูกุและสตรอเบอร์รีแบบเสียบไม้ กินวากิวเสร็จ ตามด้วยสตรอเบอร์รีเลย แก้เลี่ยน อิอิ

 

 
ขนมไดฟูกุสตรอเบอร์รี จริงๆแล้วหนึ่งชอบกินขนมตัวนี้นะคะ แป้งเหนียวนุ่มไส้ถั่วแดงหวานๆ ตัดกับรสเปรี้ยวนิดๆ ของสตรอเบอร์รี เข้ากั๊น เข้ากัน แต่หนึ่งจะกินเฉพาะเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นเท่านั้น ถ้าเห็นขายที่ไทยก้ไม่คิดอยากกิน (คนเราก็แปลกเนอะ อิอิ) ที่ตลาดปลา Tsukiji เห็นขายกันอยู่สองเจ้า (รอบที่แล้วมาเห็นขายเจ้าเดียวด้านหลัง แต่มาคราวนี้มีอีกเจ้าขายเพิ่ม

 
ชิ้นนี้เป็นเจ้าที่ขายบนถนน Namiyoke dori ฝั่งตรงข้ามกับ information center ร้านจะอยู่ต้นๆ หน่อย ขายปลาหมีกเส้นด้วย ราคาร้านนี้ 350 เยน เนื้อแป้งบาง นุ่ม สตรอเบอร์รีอร่อยตามมาตรฐานสตรอเบอร์รีญี่ปุ่นทั่วไป ส่วนตัวหนึ่งชอบเจ้านี้นะคะ ชอบแป้งบาง จริงๆ มีไส้ช็อกโกแลต ชาเขียวให้เลือกด้วย
 

 

 
อันนี้เป็นอีกเจ้า อยู่ติดร้านวากิวย่างเสียบไม้ทางด้านหลัง ราคาถูกกว่าคือชิ้นละ 300 เยนสำหรับสตรอเบอร์รีสีแดง และพันธุ์ Japanese Awayuki Ichigo ถ้าจำไม่ผิดชิ้นนี้ 500 เยน เจ้านี้แป้งจะหนากว่าเจ้าแรก รสชาติอื่นๆไม่ต่างกันมาก

ไดฟูกุสรอเบอร์รี ยกเว้นรสสตรอเบอร์รีพันธุ์ Japanese Awayuki Ichigo ส่วนตัวหนึ่งไม่ค่อยชื่นชอบพันธุ์นี้เท่าไหร่ ซื้อมาลองกินทีไร ไม่เคยเจออร่อยสักครั้ง แพงด้วย แต่มีเพื่อนที่ลองบอกว่าชอบนะคะ นานาจิตตังเนาะ ^_^

 

 

 
จริงๆที่ตลาดปลามีของกินอย่างอื่นให้ลองเยอะค่ะ หอยเชล์ย่าง กุ้งมังการย่าง ไข่หวาน ปลาหมึกเส้น อื่นๆ อีกมากมาย ใครชอบลองไม่ควรพลาดไปชิมนะคะ
 
ราเมง ร้าน Tenkaippin Shinjuku Nishiguchi
 
ที่ตั้ง: 160-0023 Tokyo, Shinjuku, Nishishinjuku
เวลาเปิดปิด: 10:30-03:00
อาหาร: ราเมง มี ข้าวผัด เกี๊ยวซ่า ไก่ทอดและเมนูกินเล่นอื่นๆนิดหน่อย)
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
ราคา: ประมาณ 1,000 เยน
วิธีชำระเงิน: เงินสด, บัตรเครดิต (กินก่อน จ่ายทีหลัง ไม่ต้องกดบัตรจากตู้)
เว็บไซต์:
การเดินทาง: สถานีชินจูกุแล้วให้กูเกิ้ลพาไปเลยค่ะ

 
Tenkaippin เป็นร้านราเมงยอดนิยมของคนญี่ปุ่น มีสาขาทั่วญี่ปุ่นสองร้อยกว่าสาขาโดยมีสาขาแรกอยู่ที่เกียวโต เห็นมีสาขาที่ฮาวายด้วย ร้านมีนิคเนมเรียกสั้นๆ “Ten-ichi” ความแตกต่างจากราเมงเจ้าอื่นๆคือน้ำซุปเค้าเป็นน้ำซุปกระดูกไก่ หนึ่งกินที่สาขาชินจูกุ จริงๆบอกก่อนว่าหนึ่งไม่ได้ชื่นชอบราเมงมากเพราะส่วนใหญ่ที่เคยกินมาคือค่อนข้างเลี่ยนและรสเค็มโดด แต่เดินผ่านร้านนี้ดูน่าสนใจเลยลองเข้าไปกินดู อิอิ

น้ำซุปสำหรับราเมงมีให้เลือกสองแบบ คือแบบน้ำซุปแบบ original (korotti) ที่ในเมนูจะบอกว่า “rich” ซึ่งน้ำซุปจะข้นมาก และน้ำซุปแบบใสซึ่งในเมนูจะขอกว่า “light” จริงๆ ร้านเค้าดังน้ำซุปแบบออริจินอลนะคะ แต่หนึ่งไปกินตอนดึกมาก อยากกินอะไรที่มันเบาๆ ไม่ข้นจัดเลยสั่งแบบน้ำใสมา เพิ่มไข่ 1 ฟอง

 

 

น้ำซุปอร่อยมากกกกค่ะ ไม่เค็มจัด และไม่เลี่ยนมาก ตัวเส้นอาจจะดูเล็กกว่าเส้นราเมงร้านอื่นนิดหน่อย นุ่ม เหนียวกำลังดี หมูก็เนื้อนุ่มแทบละลายในปาก ไข่เค้าเป็นไข่ต้มแบบยางมะตูมที่เนื้อนุ่มมากๆ เป็นร้านราเมงในญี่ปุ่นที่มีพริกให้ อิอิ แต่ใส่ลงไปแล้วรสเปลี่ยนไปนิดนึงนะคะ ใครชอบรสกลางๆ ไม่ใส่ดีกว่า แต่ใครชอบเผ็ดและเค็มขึ้นจัดได้เลย
 


 
ชอบไข่ต้มเค้า นุ่มมากๆ เนื้อไข่เป็นยางมะตูม อร่อยค่ะ

 
เป็นราเมนที่ประทับใจจริงๆ โอกาสหน้าจะมาลองน้ำซุปออริจินอลเค้าว่าจะเป็นยังไง

 
Daikokuya Tempura

 
ที่ตั้ง: 1-38-10 Asakusa, Taito-ku, Tokyo 111-0032, Japan
เวลาเปิดปิด: 11:00-20:30
อาหาร: เทมปุระ ซาชิมิ
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
ราคา: 3500-5,000 เยน สำหรับเทมปุระ
วิธีชำระเงิน:
เว็บไซต์:
การเดินทาง: จากสถานีรถไฟใต้ดิน Asakusa ประมาณ 8 นาที
 
ร้านเทมปุระเก่าแก่ดั้งเดิมของโตเกียวที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี คศ 1887 มาถึงตอนนี้ก็ร้อยกว่าปีแล้ว ร้านนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นร้านเทมปุระที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ลงหนังสือหลายเล่ม และด้วยความที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่างวัด Sensoji หรือวัด Asakusa ทำให้เป็นร้านยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวอยากมาชิม ดังนั้นถ้าไปถึงร้านแล้วเห็นคิวยาวก็ไม่ต้องตกใจนะคะ แต่หนึ่งไปกินตอนห้าโมงครึ่ง ไม่มีคิวเลยค่ะ ลูกค้าในร้านก็ไม่ค่อยเยอะ

ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษ ในส่วนของเทมปุระ มีทั้ง Tendon (ชื่อเรียกสั้นๆ ของ Tempura + donburi ซึ่งก็คือข้าว + เทมปุระ เสิร์ฟมาพร้อมกัน) เทมปุระอย่างเดียว ปลาดิบต่างๆ และอาหารเครื่องเคียงอื่น ในส่วนของเทมปุระ เน้นกุ้งและผัก โดยสามารถเลอกได้ว่าอยากสั่งกุ่งกี่ตัว ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษนะคะ แม้พนักงานจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ตาม
Tendon (tempura + donburi) หรือข้าวหน้าเทมปุระ ในเมนูมีให้เลือกจำนวนกุ้งตั้งแต่ 1 ตัว + ผัก, 2 ตัวบวกผัก หรือ กุ้งสี่ตัว ไม่มีผัก เสิร์ฟแบบมีถ้วยปิดมาแบบนี้ และมีน้ำซุปมาให้ด้วย
 
Tendon
 
สั่งกุ้งสองตัว + ผัก ราคาจำไม่ได้แล้วค่ะ เปิดฝาถ้วยมา หน้าตาเป็นแบบนี้เลย
 
tendon
 
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม กุ้งและผักเทมปุระสีเข้มมาก เพราะว่าเป็นสูตรเฉพาะของเค้าค่ะ ตัวแป้งเนื้อค่อนข้างหนา และเค้าราดซ้อสพิเศษมาด้วย บวกกับการวางเทมปุระบนข้าสวยร้อนๆ ทำให้เทมปุระไม่กรอบนะคะ มันจะนิ่มๆหน่อย และไม่ได้เสิร์ฟน้ำจิ้มเทมปุระและไชเท้าบดแบบเทมปุระทั่วไป ตัวเทมปุระเองมีรสชาติอ่อนๆ ไม่เค็ม ไม่หวาน ตัวซ้อสที่ราดมารสค่อนข้างเค์ม เมื่อกินเทมปุระกับข้าวทำให้รสไม่จืดเกินไป ถ้ารู้สึกคอแห้งซดซุปที่เสิร์ฟมาคู่กันได้ ซุปรสค่อนข้างเค็ม หนึ่งว่ากินด้วยกันแล้วโอเคเลย
 

 

 
เทมปุระ อันนี้เป็นเทมปุระในแบบที่เราคุ้นเคย ไม่ได้เสิร์ฟพร้อมข้าว เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มเทมปุระ ไชเท้าบดและผักดอง สีของเทมปุระจะอ่อนกว่า Tendon แต่แป้งก็ไม่ได้กรอบกร้วบมาก รสอ่อนๆ กินกับพวกเครื่องเคียงและผักดองเพิ่มรสชาติและทำให้ไม่เลี่ยน
 
tempura
 

 
ความเห็นส่วนตัว: ถ้าถามว่าอร่อยไหม ความเห็นส่วนตัวคือ ธรรมดาค่ะ ไม่ได้ว้าว หรือรสชาติน่าประทับใจ สำหรับใครที่ตั้งใจมากินเทมปุระที่กรอบจัดน่าจะผิดหวังนะคะ แต่ความไม่ธรรมดาของเค้าคือเปิดมานานนับ 1++ ปี มันคือประวัติศาสตร์ บางครั้งการกินก็เป็นการหาประสบการณ์อย่างหนึ่ง ไม่ใช่แค่กินให้อร่อยเท่านั้น

 

ข้าวแกงกะหรี่อร่อย@ Temma Curry
 
ที่ตั้ง: มี 3 สาขา Aoyama (Minamiaoyama), Nakano และ Jiyugaoka อยากไปสาขาไหนให้กูเกิ้ลพาไปเลยค่า
เวลาเปิดปิด: 11:00-21:30 เปิดทุกวัน
อาหาร: แกงกะหรี่ ขนมปังแกงกะหรี่
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
ราคา: ประมาณ 1000 เยน
วิธีชำระเงิน:เงินสด
 
ข้าวแกงกะหรี่เป็นอีกหนึ่งอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนชื่นชอบ รวมทั้งหนึ่งด้วย สำหรับร้าน Temma Curry เป็นร้านที่เน้นขายแกงกะหรี่โดยเฉพาะตามชื่อเค้าเลยค่ะ มีเมูค่อนข้างหลากหลาย หลักๆคือข้าวแกงกะหรี่ แต่มีเมนูอื่นให้เลือกพอประมาณ รวมทั้งมีขนมปังไส้แกงกะหรี่ (Kare pan) ด้วย ในตัวเกียวร้านมี 3 สาขานะคะ หนึ่งกินที่สาขา Jiyugaoka ซึ่งเป็นสาขาชานเมืองโตเกียวนิดนึง แบบว่ามาเดินดูร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี เลยเจอร้านนี้ด้วย ขอบอกว่าไม่ผิดหวังนะคะ
 
ด้านหน้ามีขนมปังแกงกะหรีโชว์ให้สะดุดตาแบบนี้เลย ภายในร้านตกแต่งแนวคาเฟในปารีส เน้นขายข้าวแกงกะหรี่และอาหารที่ใช้แกงกะหรี่เป็นส่วนผสมหลัก
 

 
มาดูอาหารที่หนึ่งกิน มากินสองคนนะคะ กินมื้อเที่ยง แต่สั่งเมนูอาหารเช้ามา แต่ทางร้านก็เสิร์ฟนะคะ พนักงานพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย แต่มีเมนูภาษาอังกฤษ สั่งกินที่โต๊ะ แล้วเอาบิลไปจ่ายเองที่แคชเชียร์ด้านหน้า
 
จานนี้ของฟูฟี่ เป็นเมนูคล้ายอาหารเช้า ไส้กรอก เบคอนทางร้านทำเอง ไข่ดาว ราดด้วยแกงกะหรี่ มีข้าวด้วย อร่อยทุกอย่างทั้งเบคอนที่ไม่ค่อยมีมันและไม่เค็มจัด ไส้กรอกที่รสชาติกำลังดี และแกงกะหรี่ที่เครื่องเทศเค้าถึงมาก มีกลิ่นอบเชยค่อนข้างชัดนะคะ ส่วนตัวหนึ่งชอบค่ะ จานนี้ฟูฟีกินเสร็จ อิ่มไปถึงเย็นเลย เยอะมาก
 

 
จานนี้ของหนึ่งเอง เป็นอาหารแบบเซ็ทแนะนำของทางร้าน คือ เซ็ทข้าวหน้าแกงกะหรี่เนื้อ ขนาดจะเล็กกว่าขนาดปกติ เสิร์ฟพร้อมสลัดผักที่น้ำสลัดเก๋ไก๋ ใส่ไข่ออนเซน น้ำสลัดค่อนไปทางเปรี้ยว แต่ไม่เปรี้ยวแหลม อร่อยมากค่ะ ส่วนข้าวแกงกะหรีนั้น อร่อยไม่ต้องพูดเยอะ เครื่องเทศมาเต็ม หอม เข้มข้น เนื้อวัวเคี่ยวมาจนเปื่อย นุ่ม
 

 

 
น้ำสลัดท้อปด้วยไข่ออนเซน เสิร์ฟคู่ผักสดๆ อร่อยค่า
 

 

 
นอกจากนี้ ไม่อยากให้พลาด กินขนมปังแกงกะหรี่เค้านะคะ สั่งเลย อร่อยมากๆ ถ้าจำไม่ผิดมีไส้ไก่ เนื้อ และชีส เค้าทอดร้อนๆ ขายหน้าร้านแบบนี้เลย
 

curry bread

 
หนึ่งลองไส้เนื้อค่ะ เพราะน้องคนขายบอกไส้ไก่ค่อนข้างหวาน เราไม่ใช่สายหวานจัด ไส้เนื้อมีไข่ด้วย
 
kare curry
 
kare curry
 
อเมซซิ่งไข่ที่แม้จะผ่านการทอดมาแล้วแต่มันยังเป็นเนื้อยางมะตูมอยู่ ในส่วนของรสชาติขนมปังและไส้นั้น บอกเลยว่าอร่อยค่ะ แนะนำให้กินนะคะ รสชาติพอดีและลงตัวมาก จริงๆหนึ่งซื้อไส้ชีสด้วยแต่หารูปไม่เจอ แฮ่
 

 
ยากินิคุวากิว A5 @Koubeya
 

ที่ตั้ง: 2-15-28, Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo, 160-0022 อยู่บนชั้นสอง
เวลาเปิดปิด: 7:00 – 23:45
อาหาร: ยากินิคุ
เมนูภาษาอังกฤษ: มี
ราคา: ประมาณ 5,500 เยน
วิธีชำระเงิน: เงินสด บัตรเครดิต
เว็บไซต์:
การเดินทาง: จากสถานีชินจูกุ เดินประมาณ 15-20 นาที
 
มาญี่ปุ่นถ้าไม่กินเนื้อวากิวเหมือนมาไม่ถึงนะคะ ถ้าจะกินเนื้อหนึ่งชอบกินสเต็ก ปิ้งย่าง หรือยากินิคุเพราะชอบกลิ่นและรสชาติของเนื้อย่างค่ะ ในโตเกียวมีร้านเนื้อย่างเยอะมากๆๆๆ แต่หนึ่งเลือกร้านที่มีเนื้อโกเบด้วย อยู่แถวที่พัก (ชินจูกุ) ที่สำคัญต้องราคาไม่แรงมาก สุดท้ายมาเจอร้านนี้ Koubeya เป็นร้านที่ค่อนข้างดังในหมู่นักท่องเที่ยวเหมือนกันนะคะ ได้รีวิวดีทั้งใน tripadvisor และ tablelog

Koubeya เปิดมา 20 กว่าปีแล้ว เนื้อในร้านเป็นวากิวระดับ A5 ฟังดูเหมือนพรีเมียมมาก แต่ร้านเล็กๆ ดูธรรมดามาก พนักงานบริการดีมาก ที่สำคัญราคาไม่แรงมากค่ะ
ไม่ได้ถ่ายรูปเมนูมา มาดูอาหารที่หนึ่งสั่งเลยนะคะ ไปกินกันสองคน ตั้งใจกินเนื้อวากิวใดๆ และเนื้อโกเบด้วย เรียกว่า มาแบบมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ ^_^

เซ็ทเนื้อโกเบ เป็นเนื้อจากส่วนที่หายาก ประมาณว่าวัวตัวนึงจะมีส่วนนี้ไม่กี่ชิ้น หนึ่งจำไม่ได้ว่ามันเป็นส่วนไหนบ้าง เซ็ทนี้ราคา 4,280 เยน คือเป็นที่สุดของเนื้อวากิวค่ะ นุ่ม ฉ่ำ หอม รสชาติดีมากกกก กินแบบไม่ต้องราดซ้อส ไม่ต้องจิ้มอะไรเลยก็อร่อย อร่อยมากสมราคาเค้าเลย
 
wagyu
 
เซ็ทเนื้อวากิวรวม แต่ไม่ใช่เนื้อโกเบ เซ็ทสุดคุ้มที่ทางร้านแนะนำ เป็นเนื้อจากส่วนต่างๆ รวมในจานเดียว 2,980 เยน อร่อยเหมือนกันแต่น้อยกว่าเนื้อโกเบนิดนึง รสชาติต่างกันค่อนข้างชัด หนึ่งว่าตัวเนื้อตัวนี้รสจะจืดกว่านิดๆ ในขณะที่เนื้อโกเบรสจะอร่อยพอดีเลย ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มอะไรเลยยังได้
 

 

 
ผักสดเค้าสดจริงจังมาก กินแบบเกาหลีกันเลยค่ะงานนี้
 

 
สั่งซุปมาด้วย คล้ายซุปกิมจิ อร่อยดีค่ะ 700 เยน
 

 
เครื่องดื่มเราวันนี้ ไวน์และเหล้าญี่ปุ่น
 

 
เป็นร้านเนื้อวากิวย่างที่ เนื้อดี ราคาไม่แรง บริการดีเยี่ยม ใครสายเนื้อลองไปชิมนะคะ

 
**แนะนำให้จองก่อนไปนะคะ เพราะร้านไม่ใหญ่มาก และลูกค้าค่อนข้างแน่นตลอด หนึ่งให้ที่โรงแรมจองให้ก่อน ร้านค่อนข้างเหมือนหลบมุม ดูหายากนิดนึง แต่ไม่ยากค่ะ แผนที่ในกูเกิ้ลตรงเป๊ะ ไม่ผิด
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ้กที่นี่
 
อิ่มอาหารกันแล้ว บล็อกหน้าจะพาไปกินขนมอร่อยๆในโตเกียวกันบ้าง ตามไปชมและชิมได้ที่นี่

 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

gelato matcha
EAT IN TOKYO กินอะไรอร่อยที่โตเกียว ตอนที่ 2.2 ขนมหวานอร่อย
June 10, 2019
Totoro choux cream
EAT IN TOKYO กินอะไรอร่อยที่โตเกียว ตอนที่ 2.1 ขนมหวานอร่อย
May 04, 2019
Takayama เที่ยวเมืองเก่า เดินตลาดเช้า กินเนื้อฮิดะ
Takayama เที่ยวเมืองเก่า เดินตลาดเช้า กินเนื้อฮิดะ
June 11, 2017
Japan Sakura Hunting - ตามล่าหาซากุระ 3
Japan Sakura Hunting – ตามล่าหาซากุระ 3
June 11, 2017
Hanami Festival @ Omiya Park
Hanami Festival @ Omiya Park
June 02, 2017
Gontran Cherrier, JR Nagoya Takashimaya
Gontran Cherrier ร้านเบเกอรีสไตล์ฝรั่งเศสสุดอร่อยในญี่ปุ่น
May 31, 2017
Japan Sakura hunting trip
Japan Sakura Hunting trip
May 30, 2017
Weekend Shuffle, Kawaguchiko lake, Japan, Fuji five lakes
ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น งบเท่าไหร่ พักที่ไหน
June 19, 2015
ใบไม้เปลี่ยนสี เกียวโต
ใบไม้เปลี่ยนสีที่ Shirakawago และ Kyoto
June 19, 2015

1 Comments

FUFY
Reply March 13, 2019

เยี่ยมไปเลยค่า ของอร่อยทั้งนั้น ^_^

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *