Chamonix


Chamonix (ชาโมนี) หรือชื่อเต็มๆคือ Chamonix-Mont-Blanc เป็นเมืองเล็กน่ารักๆที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสติดกับสวิสเซอร์แลนด์ เห็น Mont Blanc ต่อท้ายเพราะแถบนี้รายล้อมไปด้วยแนวของเทือกเขา Alps เมืองนี้จิ๋วแต่แจ๋วนะเอา เขาว่ากันว่าชาโมนีป็นเมืองที่น่ารัก เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคหน้าหนาวแห่งแรกของโลก เป็นสกีรีสอร์ทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส มียอดเขา Aiguille du Midi ที่ทุกคนอยากไปขึ้นเคเบิลคาร์ไปถึงยอด มีธารน้ำแข็งสวยงาม มีอะไรดีมากมายขนาดนี้ ทำไมเราจะไม่ไปเที่ยวล่ะ

แต่….

ทำไมการไปเที่ยวเมืองนี้สำหรับหนึ่งถึงเต็มไปด้วยอุปสรรค(วะ)คะ ไปสองครั้งใน 1 ปี 2 ฤดู 2 รูปแบบการเดินทาง แต่เจอฝนทุกครั้งและไม่สามารถขึ้นเคเบิ้ลคาร์ของ Aiguille du Midi ทั้งสองครั้ง มันคืออะไร?

ครั้งที่ 1 ไปกับครอบครัว ช่วง 1- 2 มีนาคม
การเดินทาง: รถไฟ แต่เราเดินทางจาก Lyon
Lyon —> Saint Gervias les basin-chamonix เป็นรถไฟ TER สามารถใช้ French pass ได้และไม่ต้องจอง เวลาในการเดินทางควรจะเป็น 3:20 ชม
Saint Gervias basin —> Chamonix (local train) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รถไฟขบวนที่เรานั่งจากลียงดีเลย์ ทำให้เราไปถึงชาโมนีล่าช้ากว่ากำหนดคือแทนที่จะถึงประมาณบ่ายโมง ไปถึงเกือบสี่โมง!! รีบวิ่งกระหืดกระหอบ(พร้อมกระเป๋าเดินทาง) ไปที่จุดขึ้นเคเบิลคาร์เพื่อพบว่า…ปิดแล้ว กรีดร้อง ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้ มีเวลาอีก 1 วัน….แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เย็นวันนั้นฝนตกแล้วตกข้ามคืนจนถึงพรุ่งนี้เลยจ้ะ ลมแรงจนเคเบิ้ลคาร์ไม่เปิดให้บริการ#ร้องไห้หนักมาก จะเดินเล่นในเมืองยังลำบากเลย ฝนตก แฉะก็แฉะ หนาวก็หนาว T_T

ไม่เป็นไร แก้ตัวใหม่ ไปอีกรอบช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ไม่แยแสแม้เพื่อนชาวปารีเชียงจะทักว่าจะไปทำไมช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ไม่มีอะไรให้ทำหรอกที่ชาโมนีหรอกเธอ สกีก็เล่นไม่ได้ ใบไม้เปลี่ยนสีก็ไม่สวยเท่าไหร่นะ..ไม่แคร์…ก็ชั้นอยากไป

ครั้งที่ 2 ไปกับเพื่อนช่วงปลายพฤศจิกายน
การเดินทาง : ขับรถ
Dijon —> Chamonix ระยะทาง 337 กม ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
ขับรถไปดี๊ๆ สามารถกะเวลาได้ด้วย เรารีบออกจาก Dijon เพราะดูพยากรณ์อากาศไว้วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่อากาศจะดีเพราะวันต่อๆไปที่ชาโมนีฝนจะตก โอเค ออกจาก Dijon ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ใช้เวลาขับเบาๆ 3 ชมกว่า ถนนหนทางดีมากกกก คิดในใจว่ารอบนี้ได้ขึ้นไปชมวิวสวยๆบน Aiguille du Midi แน่นอน มั่นใจ!

แค่ไม่กี่กิโลเมตรจะถึงเมืองชาโมนีอยู่แล้ว..มือขับเธอเลี้ยวออกจากถนนเส้นหลักเฉลเลย

“เอ๊ะ..ฟูเลี้ยวออกมาทำไม ป้ายบอกตรงไปนะ ไม่เห็นเหรอ” หนึ่งด้วยความงง
“ไม่รู้ ฟูตาม GPS” เธอตอบอย่างไม่แคร์

มันใช่เหรอ ยิ่งขับไปยิ่งรู้สึกว่ามันนาน(เกินไปไหม)หลังจากขับรถขึ้นเขา ลอดอุโมงค์ไปหลายอุโมงค์จนมาถึงอุโมงค์สุดท้ายอันยาวนาน ในที่สุดเราก็มาถึง…ถึงไหนคะ หน้าตาไม่เหมือนชาโมนี แถมมีด่านตรวจ มีตำรวจมาถาม มีเงินเท่าไหร่ บลาๆ เหลือบไปเห็นธง …กรี้ดด

ดิชั้นมาโผล่ที่อิตาลีได้ยังไง?? ชาโมนีของชั้นอยู่ที่ไหน ???…

ลองจากรถไปหวีดเลยค่ะ เคเบิลคาร์ที่ชาโมนีจะปิด 4 โมงเย็น ตอนนี้มันบ่ายสามครึ่งแล้ว #ร้องไห้หนักมาก สัญญาณไวไฟหายหมด (ก็เช่าใช้ในประเทศฝรั่งเศสนี่) ทำไงดี จะกลับไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์ทันไหม หรือจะขึ้นแถวนี้ เหลือบไปเห็นว่ามีจุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์ฝั่งนี้ด้วย เอาวะ ไหนๆก็มายืนตรงนี้กลับไปชาโมนีก็คงไม่ทันอยู่แล้ว มันอยู่ใกล้ๆกันคงได้อารมณ์เดียวกัน (มั้ง) ส่งเพื่อนไปถามจุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์ ฮีวิ่งกลับมาบอกว่าใกล้ๆนี่แหละ ขับรถตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายทีนึง ขวาทีนึงก็เจอแระ โอเค ตรงไป เลี้ยวซ้ายทีนึง ขวาทีนึง ตามที่เค้าบอกมา

แต่….

จุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์มันอยู่อีกฝั่ง หวีดรอบสอง….หาทางกลับรถสิคะ รออะไร ขับไม่ไกลมากแค่ 35 กม(เอง)ถึงมีจุดกลับรถบวกกับขับกลับอีก 35 กม รวมทั้งหมดก็ 70 กม >_< เปิดไวไฟใหม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พอกลับเข้าเขตฝรั่งเศสเช็คค่าไวไฟ 2 พันบาท #ร้องไห้หนักที่สุด ในที่สุดเราก็มาถึงชาโมนีตอนเย็น จากประสบการณ์รอบที่แล้ว คราวนี้นอนที่รอบนี้ชาโมนี 2 คืน แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ Aiguille du Midi(เช่นเคย) เพราะวันแรกไปไม่ทัน วันที่สองและสามฝนตกแรงมาก เคเบิ้ลคาร์ปิด T_T ถึงแม้จะผิดหวัง(ซ้ำซาก)จากเคเบิ้ลคาร์แต่ชาโมนีก็มีอะไรให้เที่ยวให้กินและเราก็แฮ้ปปี้กันได้ มาชมชาโมนีในมุมมองของเราทั้งสองฤดูกันค่ะ มารอบแรกช่วง กพ มีรูปน้อยมากเพราะฝนตก มีรูปนิดหน่อยพอกล้อมแกล้ม ส่วนใหญ่เป็นรูปนางแบบประจำทริป น้องสาวกับพี่สาวค่ะ 😉 DSC_0096e

DSC_0104e

DSC_0108e

หาไปหามา มีแค่ 3 รูป 555 มาแก้ตัวรอบสองกันค่ะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แม้จะเจอฝนเหมือนกันแต่หนึ่งเก็บบรรยากาศของเมืองมาได้มากกว่า

เริ่มจากระหว่างทางที่ขับรถ พอเข้าเขต Rhone-Alpes จะเริ่มเห็นภูเขาสูง ใบไม้เปลี่ยนสีมีให้เห็นเรื่อยๆแบบในภาพเลยค่ะ แม้จะวิ่งบนทาง toll way ก็สวยดีนะคะ ยิ่งใกล้ถึงชาโมนียิ่งสวยขึ้น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ภาพก่อนหลงไปโผล่อิตาลีค่ะ อิอิ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากแวะ(หลง)ไปอิตาลี ในที่สุดเราก็หาทางกลับมาที่ชาโมนี(จนได้) ขับรถมาถึงโรงแรม เช็คอินเรียบร้อยก่อนออกไปเดินเล่นในเมือง โรงแรมทำเลดีมาก เดิน 3 นาทีก็ถึงย่านใจกลางเมือง มีที่จอดรถแบบระบบปิด ตัวโรงแรมก็สะอาดใช้ได้เลยค่ะ

chamonix

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เห็นเมืองเล็กๆแบบนี้แต่ย่านในเมืองมีร้านให้ช้อปปิ้งหลายร้านนะคะ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าและอุปกรณ์เล่นกีฬาหน้าหนาวและมีร้าน Chanel ด้วยนะ ร้านใหญ่ด้วย แต่หนึ่งถ่ายรูปตอนเย็นซึ่งร้านปิดไปแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สีสันน่ารักๆของเมืองกับนายแบบประจำทริป

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERAOLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็ต้องเห็นใบไม้แดงๆเหลืองๆบ้างเนอะ ^_^

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มารอบสองทำแผนพักที่ชาโมนี 2 คืนแต่ฝนตกต่อกันสองวันเลยค่ะ ตกเกือบทั้งวัน หนักเบาสลับกัน แม้เคเบิ้ลคาร์ Aiguille du Midi ไม่เปิดให้บริการแต่เราไม่หมดหวังในการเที่ยว ไหนๆก็มาถึงแล้วเลยเดินไป tourist information เพื่อขอคำแนะนำเรื่องที่เที่ยวอื่นๆได้ความว่า ice cave ปิด (เปิดเฉพาะช่วงหน้าหนาว) แต่เราสามารถไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์อีกจุดคือ Flégère ซึ่งถ้าอากาศดีๆก็จะเห็นวิวภุเขาสวยๆได้เหมือนกัน (เจ้าหน้าที่กล่าว) ขับรถบึ่งไปเลยค่ะ

Flégère มีที่จอดรถให้ฟรี ค่าขึ้นกระเช้าไปกลับ 17 ยูโร แต่ตอนเราไปถึงฝนตกพอดี (เศร้าแปร้บ) สิ่งที่เราเห็น..ตามภาพเลย >_< ได้และมีเทรลให้เราเดินchamonix

4466e

ยังไม่ละความพยายามหลังจากเปียกปอนกันตอนไปขึ้นกระเช้า เราแวะเติมพลังด้วยอาหารเที่ยงก่อนจะตัดสินใจไปเดินเล่นตามเทรลที่เลือกแล้วว่าง่ายที่สุดซึ่งเราต้องรอฝนหยุดก่อนเพราะไม่อยากเดินทั้งๆที่ฝนยังตก กว่าฝนจะหยุดก็เกือบบ่ายสี่โมงแล้ว เทรลนี้เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ทางไม่ชันมาก แต่เดินแล้วร้อนขึ้นเรื่อยๆ ต้องถอดพร้อพออกทีละอย่าง…. สวยไหม ตามภาพเลยค่ะ จริงๆมันมีจุดที่มีร้านอาหารพร้อมวิวสวยๆ แต่นั่นคือภาพในโบรชัวท่องเที่ยวซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งเป็น low season ของเค้าร้านไม่น่าเปิด สุดท้ายเราก็เดินลงงก่อนจะค่ำ ถือว่ามาเดินย่อยอาหารเที่ยงก่อนกินอาหารเย็นเนอะ 😉

159527

159581

เดินเล่นดูของในเมืองเพลินๆก่อนหาอะไรทานกันค่ะ เมืองเล็กๆ เดินแป้บเดียวก็ทั่วแล้ว พอค่ำเมืองมีสีสันไปอีกแบบนะคะ ร้านอาหารมีให้เลือกหลายหลายหรือใครอยากทำอาหารเองก็มีซุปเปอร์มารืเก็ตให้เลือกช้อปปิ้งหลายร้าน เราเดินเข้าเดินออกร้านไปหลายร้านก่อนจะตัดสินใจว่ากินร้านอะไร

chamonix 1

ชาโมนีมีร้านอาหารน่าสนใจหลายร้าน ร้านขนมอร่อยก็มีให้ชิม เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เล็กแต่ครบเครื่องจริงๆ เดี๋ยวเรื่องอาหารหนึ่งจะรีวิวอีกเอ็นทรีต่างหากนะคะ เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่ 😉

 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

เที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 2
October 18, 2017
L'Escargot Montorgueil
French Cuisine and Snails @ L’Escargot Montorgueil
September 12, 2017
Fogón, a contemporary Spanish near Notre Dame Paris
August 29, 2017
Le Comptoir du Relais Saint-Germain
Le Comptoir du Relais ร้านอาหารของเจ้าพ่ออาหารแนว bristo
August 22, 2017
Île de la Cité, Historical heart of Paris
July 22, 2017
เที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 1
July 06, 2017
Fou de Patisserie Boutique
Fou de Patisserie Boutique
July 06, 2017
Paris
Maison de la Truffe ชิมอาหารที่ทุกจานมีทรัฟเฟิล
July 01, 2017
Semur en Auxois
Semur-en-Auxois เมืองน่ารักราวกับเทพนิยาย
May 13, 2017

1 Comments

FUFY
Reply July 21, 2017

Chamonix... ช้ำ!

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *