เที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 2


หลังจากลงเที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 1 ไว้นาน (มาก) ในที่สุดวันนี้หนึ่งก็เข็นตอนที่ 2 มาลงได้สำเร็จ เย้ๆ การเขียนตอนนี้ยาวนานมากเพราะแต่ละสถานที่มีรายละเอียด ถ้าจะลงทีเดียวเลยก็คงทำให้บล็อกเอ็นทรียาวเกินไปหนึ่งเลยใช้วิธีแบ่งลงเป็นตอนย่อยๆก่อนมาถึงฉบับเต็มในบล็อกเอ็นทรีนี้ สำหรับวันนี้จะเน้นเที่ยว Île de la Cité (เกาะใหญ่กลางแม่น้ำ Seine) และฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Seine ถือว่าเป็นวันแห่งการกิน ช้อป เพราะกินกันเยอะ ช้อปกันสนุก และเดินเที่ยวกันมันส์มาก เรียกว่าครบเลยค่ะ ร้านช้อปปิ้งที่จะพาไปวันนี้ไม่ได้อยู่ในย่านที่นักท่องเที่ยว ไปอัดแน่นมากเหมือนแถว Gallerias Lafayette ซึ่งหนึ่งชอบมากกว่า ว่าแล้วก็อย่าช้า ตามหนึ่งมากิน ช้อป เที่ยวได้เลยค่า

ดูรูปกับแผนคร่าวๆไปก่อน เราเที่ยวกันจากมุมขวาบนของรูปลงมาซ้ายล่าง

 

 

แผนของเราวันนี้ตามนี้เลยค่ะ

เช้า:
– ทานอาหารเช้า @ Angelina Tea room & เดินเล่น Tuileries Gardens
– เที่ยว Île de la Cité; Marché aux fleurs (Place Louis Lépine) Notre Dame ,Zero Point, shakepears company

บ่ายถึงเย็น:
– Pantheon แวะกิน hot Chocolate ร้าน Grom
– อาหารเที่ยง (แต่กินบ่าย) ร้าน Le Comptoir du Relais ร้านอาหารของเชฟที่เป็นเจ้าพ่ออาหารแนว Bristo
– แว้บไป window shopping ร้าน Channel vintage ที่ Catherine B marche
– เดินเล่นถนน Saint-Germain-des-Prés ชมร้าน Les Deux Magots และ Café de Flore คาเฟท์เก่าแก่ที่นักเขียนชื่อดังในอดีตเคยมานั่งแฮงค์เอาท์
– เดินถนน Rue de Sèvres เพื่อแวะช้อปปิ้ง Hermes boutique shop ขนาดใหญ่ จากนั้นไปช้อปปิ้งต่อที่ Le Bon Marche
– กินขนมร้าน La Patisserie Reves ของเชฟ Phillip Conticini กินขนม Paris brest ที่ได้รับการโหวตว่าอร่อยที่สุดในปารีส
– กลับมาทานอาหารเย็นใกล้ที่พักที่ร้าน L’Escargot Montorgueil

ตารางเที่ยวดูแน่นไหมคะ 😉 นี่คือเราเที่ยวจริงใน 1 วัน เดินกันสู้ตายแต่ไม่เหนื่อยเลยค่าเพราะได้พักเป็นระยะ ตามมาดูรายละเอียดกันเลย

กองทัพเดินได้ด้วยท้อง เริ่มด้วยการเติมพลังยามเช้าที่ Angelina Tea House ร้านเก่าแก่แห่งหนึ่งของปารีส ตอนนี้อายุก็ร้อยกว่าปีแล้ว ร้านนี้เค้าโด่งดังระดับโลกเรื่อง Hot Chocolate และขนม Mont Blanc จริงๆแล้วร้านเค้ามีหลายสาขาแต่หนึ่งเลือกมากินสาขาดั้งเดิมที่อยู่บนถนน Rue de Rivoli ตรงข้ามสวน Tuileries Garden เพราะมันดูขลังดีค่ะ ร้านตกแต่งสวยงาม หรูหรา ในอดีตรมีคนในสังคมชั้นสูงของปารีสแวะเวียนมาอยู่เรื่อยๆ รวมทั้ง Coco Chanel ด้วย ปัจจุบันสาขานี้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการหนาแน่นมาก ช่วงพีคๆอาจต้องต่อคิวยาวรอกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว หนึ่งมากินร้านนี้ 2 ครั้งใน 2 รอบที่ไป รอบแรกไปครอบครัว รอบที่สองไปกับเพื่อนแบบว่าอยากไปนั่งดื่มช็อกโกแลตร้อน กินขนมในร้านที่ Coco Chanel เคยมา อิอิ

การเดินทาง: Metro Tuileries (M1) หรือ Concorde (M8)

Hot chocolate และขนม Mont Blanc เค้า อร่อยสมคำรำลือหรือไม่ อ่านรีวิวละเอียดได้ที่นี่

 

 

เดินเล่นย่อยขนมและ Hot Chocolate ที่สวน Tuileries Gardens หนึ่งและเพื่อนๆเรียกชื่อสั้นๆว่าสวนตุ๋ย ^_^ อยู่ตรงข้ามร้าน Angelina เลยค่ะ แค่เดินข้ามถนนมา เป็นสวนที่เชื่อมระหว่าง Louvre และ  Place de la Concorde เดิมทีเป็นสวนในเขตพระราชวังและได้เปิดให้เป็นสวนสาธารณะหลังการปฏิวัติของฝรั่งเศส สวนนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของปารีเชียงและยังมีสถานที่สำคัญคือ Arc de Triomphe du Carrousel ที่สร้างโดยนโปเลียนในปี คศ 1808 และยังมีพิพิธภัณฑ์ Jeu de Paume gallery และ Musée de l’Orangerie เราไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์นะคะ แค่เดินเล่นเก๋ๆ ถ่ายรูปสวนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกันเบาๆ

ที่เห็นตึกไกลๆ คือลูฟนะคะ จริงๆภายในสวนกว้างมาก แต่เราไม่ได้เดินกันจนครบ บรรยากาศเช้าๆ คนไม่เยอะดีค่ะ

 

tuileries gardens

 

ใบไม้ร่วงหนักมาก 😉

 

 

เก็บภาพกันเบาๆ แล้วไปเที่ยวจุดอื่นกันต่อค่ะ next stop เราคือ  Île de la Cité (เกาะใหญ่กลางแม่น้ำ Seine) พูดชื่อ Île de la Cité หลายคนอาจจะงงๆ ว่าคือที่ไหน แต่ถ้าบอกว่าเป็นจุดที่มีโบสถ์ Notre Dame อยู่หลายคนอาจร้องอ๋อกันเลย จริงๆแล้วย่านนี้ไม่ได้มีแค่โบสถ์ Notre Dame เท่านั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เดินอีกหลายจุดและอยู่ไม่ไกลกันมากด้วย เป็นอีกจุดที่หนึ่งชอบในปารีส

การเดินทาง: Metro Cite station

อ่านรายละเอียดการเดินเที่ยว Île de la Cité และรอบๆได้ที่นี่

 

 

เดินเที่ยวกันเต็มอิ่มที่ Île de la Cité แล้วจริงๆจุดหมายต่อไปของเราคือ Pantheon แต่เนื่องจากอยู่ติดกันเลยของแทรกด้วย Jardin du Luxembourg ก่อนนิดนึงนะคะ

Jardin du Luxembourg เป็นสวนของพระราชวัง Luxembourg Palace ซึ่งภายหลังเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นสวนสาธารณะที่ปารีเชียงและนักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน เดินเล่นชิลๆ โดยเฉพาะช่วงใบไม้ผลิ ดอกไม้จะบานเต็มสวน ต้นไม้เริ่มผลิใบเขียวๆ สดชื่นมากๆ นอกจากนี้สวนนี้ยังเป็นจุดที่คนนิยมมาเล่น model sailboats และมีน้ำพุ Medici Fountain ที่สวยงามด้วย ถ้าใครมีเวลาแว้บมาเดินเล่นก็ชิวดีนะคะ ที่สำคัญ ฟรีค่ะ อิอิ

การเดินทาง: Metro Odean (M4 & M10), RER B – Luxembourg

ขอเอารูปที่หนึ่งเคยมาช่วงใบไม้ผลิมาให้ชมว่าสวยงามแค่ไหน ช่วงสปริงกับซัมเมอร์สวนต่างๆในปารีสจะคึกคักและเต็มไปด้วยปารีเชียงที่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย

 

 

Luxembourg Palace and Gardens ช่วงสปริงดอกไม้บาน หญ้าเขียวดูแล้วสดชื่นมากๆ

 

 

Medici Fountain น้ำพุที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมและเก็บภาพกัน

 

 

วิวของ Pantheon สถานที่ที่เรากำลังจะไปจากสวน สวยงามไม่เบาเลยนะคะ

 

 

เอาล่ะ เถลไถลมาสวน (แถมเอาช่วงเวลาอื่นมาลงอีก จริงๆทริปนี้เรามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ แหะๆ) ได้เวลาไป Patheon ซึ่งอยู่ใกล้ๆแบบตาเห็นตามภาพด้านบนเลยค่ะ แต่ขณะเดินไปตาเหลือบไปป๊ะร้าน “Grom” แปะป้ายว่ามี hot chocolate ต่อมอยากทำงานทันที เพราะเหลือบเห็นเวลามันบ่ายแล้ว ดังนั้นหาอะไรรองท้องกันก่อนดีกว่าเนอะ 😉   ลูกทีมก็น่ารักมาก หัวหน้าทีมอยากกินอะไรไม่เคยมีปากมีเสียง กินตามตลอด อีกอย่างคือเราอยากเข้าห้องน้ำเลยขอแวะร้าน จริงๆแล้ว Grom เป็นร้านเจลาโตจากอิตาลี แต่ประสบความสำเร็จและโด่งดังมาก ขยายสาขาไปหลายประเทศ (เห็นมีที่ญี่ปุ่นด้วย) เนื่องจากทริปนี้เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นๆทางร้านเลยมี hot chocolate บริการด้วย

ดูหน้าตาและความเข้มข้น ไม่ด้อยไปกว่าของร้าน Angelina เลยค่ะ รสชาติก็เช่นกัน เข้มข้นทั้งรสชาติและรสสัมผัส ส่วนตัวหนึ่งชอบมากกว่าของร้าน Angelina ด้วย เราซื้อแค่แก้วเดียวแล้วแบ่งกันชิม ถ้ากินคนเดียวทั้งแก้วคงอิ่มไปถึงเย็น 😉

 

 

เอาล่ะ ในที่สุดเราก็มาถึง Patheon เสียที 😉 Pantheon สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เพื่อเป็นโบสถ์แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศสกลายเป็นที่เก็บศพและจัดแสดงผลงานของวีรชนของฝรั่งเศส จุดเด่นของที่นี่คือความสวยงามอะลังการตามแบบของกรีกและโดมอันสวยงาม

การเดินทาง: Metro Cardinal Lemoine (M10), RER B- Luxembourg
admission fee: 9 ยูโร
เวลาเปิดเปิด:
1 เมษายน – 30 กันยายา 10:00-18:30
1 ตุลาคม – 1 มีนาคม 10:00-18:00
ข้อมูลเพิ่มเติม https://en.parisinfo.com/paris-museum-monument/71071/Pantheon

เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก รอคิวแป้บเดียวก็ได้เข้าไปแล้ว ด้านในอะลังการมากๆ

 

 

 

 

ด้านล่างที่เป็นหลุมศพวีรชนสำคัญๆของฝรั่งเศสยุคปฏิวัติเป็นต้นมา

 

ได้เวลาอาหารเที่ยงของเราแล้ว เย้ๆ จริงๆแล้วไม่ค่อยหิวมาก (แหงล่ะ) แต่ก็ควรกินนะคะ คณะทัวร์เราไม่ได้กินอาหารตรงเวลาเปีะๆ แต่กินครบทุกมื้อค่ะ อิอิ มื้อเที่ยงวันนี้เรากินบ่ายสองกว่าๆเลยทีเดียว ร้านที่กินเลือกมาแล้วจากบ้านคือร้าน Le Comptoir du Relais เป็นร้านอาหารของเชฟ Yves Camdeborde เป็นเจ้าพ่ออาหารแนว bristo ที่เน้นเสิร์ฟอาหารแบบ traditional หรือ home-style cooking ในราคาไม่แพงมาก ร้านนี้หนึ่งเคยมากินรอบนึงแล้วติดใจเลยอยากพาเพื่อนไปอีกรอบ อีกอย่างร้านอยู่บน Saint-Germain boulevard และใกล้ Patheon ด้วย

อาหารอร่อยแค่ไหน ทำไมหนึ่งถึงติดใจตามไปอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่

 

 

ท้องอิ่มแล้วโปรแกรมหลังจากนี้ก็เดินเล่นเดินช้อปไปเรื่อยๆ ชิลๆเลยค่า ใกล้ๆร้านอาหารมีร้านวินเทจที่หนึ่งอยากไปมาก บังเอิญไปเจอเข้าตอนหาข้อมูลเที่ยว Les Trois Marches de Catherine B เป็นร้านขายของวินเทจที่มีความพิเศษคือจะขายของแค่สองแบรนด์คือ Chanel และ Hermes  คุณ Catherine B เจ้าของร้านนี้เป็นนักสะสมตัวยงก่อนจะมาเปิดร้าน หนึ่งอ่านเรื่องราวของร้านตามหน้าเวบไซต์ต่างแล้วอยากไปเยี่ยมชมมาก เดินมาจากร้าน Le Comptoir du Relais แค่ 300 เมตรก็ถึงแล้ว จริงๆแล้วร้านเธอเล็กมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นร้านที่นักสะสมจากทั่วโลกเดินทางมาชม ของร้านเธอมักเป็นของหายาก limited edition แบบถ้าใครเป็นคนรักของวิเทจของสองแบรนด์นี้ควรมาควานหา เรื่องราคานั้น…ราคาเบาๆ ถูกกว่าราคาในช้อปประมาณ 30%  งานวินเทจไม่ใช่ของถูก หนึ่งซื้อไหม ไม่ได้ซื้อค่ะเพราะวันนี้มาเจอพนักงานคุณผู้ชายเธอไม่ค่อยสุภาพนัก จริงๆอยากพูดว่าหยาบคายเลยล่ะ (เลยอดเสียเงินเรย อิอิ)  วันนี้เลยได้แค่window shopping ตามประสาคนชอบงานวิเทจ

 

 

 

วินโดช้อปปิ้งอย่างรวดเร็วแล้วเดินกลับมาถนน  Saint-Germain-des-Prés ผ่านร้าน Les Deux Magots และ  Café de Flore สองคาเฟท์เก่าแก่ของปารีสที่อดีตเคยเป็นแหล่งนัดพบปะสังสรรค์ของนักเขียนและนักกวีชื่อดัง ปัจจุบันสองร้านนี้แน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ร้านอยู่ใกล้ๆกันแค่ 40 เมตร เป็นร้านแนวคาเฟให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเหมือนกัน เราแค่เดินผ่านไม่ได้เข้าไปนั่ง เก็บบรรยากาศพอ อิอิ

 

 

มาช้อปปิ้งกันต่อที่ Hermes Boutique shop บนถนน Rue de Sèvres แอเมสช้อปขนาดใหญ่ที่สร้างในอาคารที่เคยเป็นสระว่ายน้ำเก่าแก่ของปารีส ความพิเศษของช้อปนี้คือ ใหญ่มาก กินพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 ชั้นซึ่งแน่นอนว่าจำหน่ายสินค้าทุกชนิดของแอเมสไม่ว่าจะเป็น ready-to-wear, เครื่องหนังต่างๆ, น้ำหอมนาฬิกา ผ้าพันคอ ของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ยังมี tea room และห้องสมุดด้วยเรียกได้ว่ามีครบ ที่นี่ก็มีแผนก VAT refund เหมือนห้างใหญ่ๆเพียงแต่ทำแค่เอกสารไม่ได้เป็นเงินสดคืนนะคะ หนึ่งแวะเข้ามาเพราะมีเพื่อนฝากซื้อของ อิอิ ร้านเหมือนห้างขนาดย่อมและยิดีต้อนรับสุภาพชนทุกคนนะคะ ไม่ต้องเดินเกร็งเข้ามา อิอิ การตกแต่งของร้านมีความเฉพาะตัวมากมากตั้งแต่บันไดทางลงที่เป็นไม้มีความโค้งสวยงามทอดนำไปชั้นล่าง(ซึ่งเดิมเป็นสระว่ายน้ำ) ด้านล่างมีกระโจมไม้ดูคล้ายๆดอกตูมของดอกไม้ ตัว curve ของไม้ทำได้สวยมากๆ ในกระโจมเป็นจุดดิสเพลงของซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องหนังชิ้นเล็กๆ เช่นกำไล ตอนหนึ่งไปคนเยอะมากๆ จะซื้อกำไลต้องรอคิวพอสมควรเลยค่ะ (ขายดิบขายดีมาก) พนักงานที่นี่สุภาพและยิ้มแย้ม ร้านเค้าเหมือนห้าง มีจุดให้นั่งรอด้วย ใครไม่อยากซื้อ มาเดินเล่นเก๋ๆก็ได้

 

 

 

 

 

ช้อปแอเมสเสร็จมาต่อที่ Le Bon Marché ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลกันมาก Le Bon Marché เป็นห้างหรือ modern department store แห่งแรกของฝรั่งเศสที่ปัจจุบันจำหน่ายสินค้าที่คัดเลือกมาเฉพาะและสินค้าระดับไฮเอนด์ ห้างอาจจะไม่ใหญ่และไม่เป็นที่รู้จักมากในหมู่นักท่องเที่ยวแต่สินค้าแบรนด์เนมเจ้าใหญ่ๆก็มีครบนะคะ ขนาดกำลังดี ที่สำคัญไม่วุ่นวายด้วยค่ะ คนที่มาเดินส่วนใหญ่เป็นปาริเชียงหรือคนโลคอล มีนักท่องเที่ยวน้อย หนึ่งมาที่นี่เพราะอยากมาช้อปและเดินดูแผนกอาหารของเค้าคือ La Grande Épicerie de Paris ซึ่งแยกเป็นอีกตึกแต่อยู่ติดกัน ไหนๆก็มาแล้วก็เดินสำรวจห้างกันหน่อย

บันไดเลื่อนที่ทำจากกระเบื้องสีขาว มุมนี้หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้ว โถงกลางจุดนี้หลังคาเป็นกระจกโปร่งแสงรับแสงอาทิตย์ด้วยแต่กล้องหนึ่งเก็บมาไม่หมด

 

 

อีกจุดที่ชอบคือแผนกรองเท้าค่ะ ออกแบบได้สวยจริงๆ

 

 

 

ซื้อของนิดหน่อยในห้างแล้วไปเดินแผนกซุปเปอร์เค้าต่อ La Grande Épicerie de Paris ที่เป้นตึกใหญ่ถัดกันไปนิดเดียว ขอบอกว่าหนึ่งชอบมาก ใหญ่มาก ของเยอะมาก แต่มือถือแบตหมดบวกกับอยากช้อปปิ้งและเกรงใจลูกค้าคนอื่น เลยไม่มีรูปมาอวด หนึ่งซื้อไวน์กับเนยที่นี่เป็นเนย cultured butter

ช้อปปิ้งเสร็จไปขอแวะร้านขนมหวาน Patisserie des Reves ของเชฟ Philippe Conticini นิดนึงนะคะ หนึ่งตั้งใจมาชิม Paris Brest ที่ได้รับการโหวตว่าเป็น Paris Brest ที่อร่อยที่สุดในปารีส ร้านอยู่ด้านหลังห้าง Le Bon Marché นั่นเอง เดินไปแป้บเดียวถึง ร้านขนาดเล็กที่ไม่โต๊ะให้นั่งกินนะคะ ซื้อกลับอย่างเดียวเท่านั้น วันนั้นไปถึงเย็นมากแล้ว ร้านใกล้ปิดแต่โชคดีมากที่ยังมี Paris Brest เหลือ หนึ่งเห็นขนมตัวอื่นอยากลองหลายตัวแต่ดูแล้วคิดว่าคงกินไม่ไหว เพราะใกล้เวลาอาหารเย็นซึ่งเรามีร้านที่จะไปกินอยู่แล้ว จะซื้อกลับไปกินวันรุ่งขึ้นก็กลัวขนมเละช่วงเดินทางเลยตัดสินใจซื้อแค่ Paris Brest และหยิบขนม Madeleine ขนมคลาสสิกกลับมาอีกถุง

 

 

 

Paris Brest เป็นขนมตัวเปลือกหรือเชลล์ใช้ pâte à choux เหมือนชูครีมและเอแคลร์ แต่จะบีบต่อกัน ถ้าแบบคลาสิคจะบีบเป็นวงกลมและไส้มักจะเป็น Hazelnut praline ขนมถูกคิดค้นขึ้นโดยเชฟชาวฝรั่งเศสในงานแข่งปั่นจักรยานจากเมือง Paris ไปเมือง Brest (เลยเป็นที่มาของชื่อขนมนั่นเอง)

 

Paris Brest อันโด่งดังของร้านนี้ ขอบอกว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ กัดกินคำแรกหอมกลิ่นถั่วเฮเซลนัทมากๆ ครีมรสชาติกลมกล่อม ไม่หวานหรือเลี่ยนเลย ตัวเปลือกยังกรอบไม่ชื้นหรือเปื่อย กินด้วยกันแล้วอร่อยมากถึงมากที่สุด ฟิน

 

 

ช้อปปิ้งจนพอใจแล้วเราขึ้นเมโทรกลับไปแถวโรงแรมเพื่อทานอาหารเย็นกัน ระยะทางที่เดินแถว Patheon & ถนน Saint-Germain boulevard แค่ 1.9 กม เองนะคะ เดินสบายๆ ชิลๆ

 

 

ปิดท้ายวันเที่ยวๆช้อปๆด้วยการกินมื้อค่ำค่ะ มื้อนี้กินร้าน L’Escargot Montorgueil บนถนน Rue Montorgueil ใกล้โรงแรมนั่นเอง  ร้านนี้มีความไม่ธรรมดาเพราะติดอันดับร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในปารีสและดังเรื่องหอยเอสคาโกด้วย และยังเป็นร้านโปรดของพวกเราด้วย ในทริปนี้ทริปเดียวมากิน 2 ครั้งเลยทีเดียว เรากินอะไร อร่อยแค่ไหน ทำไมถึงประทับใจตามไปอ่านได้ที่นี่

 

 

อิ่มคาวขนาดไหนก็ยังมีที่ว่างสำหรับขนมหวานค่ะ ปิดท้ายวันด้วยไอศครีม Amorino เจลาโตเจ้าดังที่มีสาขาทั่วยุโรป จุดเด่นเค้าคือตักเสิร์ฟเป็นรูปกลีบดอกไม้ สวยและอร่อย ^_^

 

 

จบวันด้วยความอร่อยและอิ่ม บล็อกหน้าเป็นวันสุดท้ายในปารีสของทริปใบไม้เปลี่ยนสีปี 2016 แล้วค่ะ สนุกแค่ไหนรอติดตามได้เร็วๆนี้ ^_^

***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

Save

Save

Save

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

L'Escargot Montorgueil
French Cuisine and Snails @ L’Escargot Montorgueil
September 12, 2017
Fogón, a contemporary Spanish near Notre Dame Paris
August 29, 2017
Le Comptoir du Relais Saint-Germain
Le Comptoir du Relais ร้านอาหารของเจ้าพ่ออาหารแนว bristo
August 22, 2017
Île de la Cité, Historical heart of Paris
July 22, 2017
Paris
Angelina (Tea House)
July 10, 2017
เที่ยวไปกินไปในปารีสตอนที่ 1
July 06, 2017
Fou de Patisserie Boutique
Fou de Patisserie Boutique
July 06, 2017
Paris
Maison de la Truffe ชิมอาหารที่ทุกจานมีทรัฟเฟิล
July 01, 2017
Semur en Auxois
Semur-en-Auxois เมืองน่ารักราวกับเทพนิยาย
May 13, 2017

2 Comments

FUFY
Reply October 19, 2017

บ้านที่ 2 ของเรา 555

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *