Diabetic Dessert Recipes No 1 : Almond Thin Cookies


Diabetic Dessert Recipes No 1 : Almond Thin Cookies 

มาแล้วค่าสูตรแรกของขนมหวานสำหรับเบาหวาน มาเริ่มที่สูตรไม่ยาก คือยากกว่าปอกกล้วยนิดนึง ^_^ แต่เห็นง่ายๆแบบนี้อร่อยนะคะ ทำแล้วลองให้เพื่อนกินโดยไม่ได้บอกอะไร เพื่อนบอกอร่อยและไม่รู้เลยว่าใช้ตัวให้ความหวานแทนน้ำตาล

ก่อนหน้านี้หนึ่งไม่เคยสนใจหรืออยากทำ “ขนมเพื่อสุขภาพ” หรือ “ขนมสำหรับเบาหวาน” เลย เพราะเอาสุขภาพและความชอบตัวเองเป็นหลัก อีกทั้งมันต้องใช้เวลาในการศึกษา(ใช้เวลา)  ต้องทดลองสูตร (ใช้เงิน) มันจึงไม่ใช่อะไรที่อยากทำก็ทำได้เลยง่ายๆ  แต่หลังๆเริ่มมีคนรู้จักเจ็บป่วยหรือต้องดูแล ในเพจเองก็มีถามถึง บวกกับการทำงานที่ต้องเห็นผลข้างเคียงหลายรูปแบบของเบาหวานเลยตัดสินใจทำ เพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ แต่ “การกินหวาน” ในเบาหวานนั้นเป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างมาก “ทางเลือก”  ที่ว่าจึงต้องเดินด้วยความระมัดระวังและมีความรู้ หลังจากเกริ่นนำไปยืดยาวใน ขนมหวานสำหรับเบาหวาน: บทนำ (ใครยังไม่ได้อ่านแนะนำว่าควรอ่านเพื่อความเข้าใจว่าเป็นเบาหวานกินขนมหวานอย่างไรให้ปลอดภัย และถ้าต้องทำขนมหวานสำหรับคนเป็นเบาหวานต้องคำนึงถึงอะไรและควรรู้อะไร หนึ่งพูดถึงไกด์ไลน์เบื้องต้นในการเลือกวัตถุดิบไว้ด้วยๆ) วันนี้หนึ่งจะเพิ่มเติมในเรื่องของ “สารให้ความหวานแทนน้ำตาลแบบไม่มีแคลอรี” ซึ่งหนึ่งใช้ในสูตรนี้ด้วย

 

diabetic baking

 

**ขนมสำหรับเบาหวาน ลดน้ำตาลในสูตรขนมพอไหม

ขนมหวานและเบเกอรีได้ความหวานจากน้ำตาลเป็นหลักและใช้ในปริมาณที่สูง แต่น้ำตาลเป็น “ปัญหาใหญ่” สำหรับคนเป็นเบาหวาน การลดน้ำตาลลงจากสูตรอาจจะไม่พอ….เพราะ

1. น้ำตาลมีค่า GI สูงมากเต็ม 100 หมายความว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างเร็วและด้วยความที่ในขนมหวานใช้น้ำตาลในปริมาณมาก เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ยิ่งกินเยอะยิ่งสูง

2. การลดน้ำตาลในสูตร แม้จะลดลงไปจำนวนหนึ่งแต่เพื่อให้ขนมยังหวานยังต้องใช้น้ำตาลในปริมาณที่สูงอยู่

3. น้ำตาลให้พลังงานสูง น้ำตาล 100 กรัมให้พลังงานมากถึง 387 แคลอรี นี่เฉพาะน้ำตาลนะคะ ยังไม่รวมพลังงานของส่วนผสมอื่นเลย นอกจากจะน้ำตาลในเลือดสูงแล้ว อาจน้ำหนักขึ้นและอ้วน ความอ้วนส่งผลเสียต่อเบาหวาน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลยาก

4. ส่วนผสมอื่นๆในสูตรอาจมีคาร์บโบไฮเดรตมากอยู่แล้ว สูตรที่ใช้แป้งขัดขาว ผลไม้อบแห้ง ล้วนแต่เป็นคาร์บที่ให้น้ำตาลสูง

5. ขนมหวานเป็นอาหารที่เพิ่มเข้ามา เราอาจได้น้ำตาลที่มากพอแล้วจากอาหารมื้อหลัก เช่น จากข้าวสวย เส้นก๋วยเตี๋ยวต่างๆ  และจากกับข้าวที่ใช้น้ำตาลในการปรุงรส  (กับข้าวที่ทำขายทุกวันนี้บางเจ้าก็ทำซะหวานจ๋อยจนนึกว่าเป็นขนม >_< )

6. ขนมบางสูตรมีปริมาณไขมันสูง ทำให้เสี่ยงต่อความอ้วน

ดังนั้นขนมหวานสำหรับคนที่เป็นเบาหวานที่ดีจึงไม่ใช่แค่ลดน้ำตาล ต้องดูเรื่องคาร์บโดยรวม ระวังเรื่องไขมันและแคลอรีโดยรวมด้วย

ถ้างั้นกินสูตรลดน้ำตาลอย่างเดียวแต่กินน้อยๆได้ไหม คงตอบว่าพอได้ในบางคน แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

 

**ทำไมต้องใช้สารแทนความหวานแทนน้ำตาลในขนมสำหรับเบาหวาน

สารที่ให้ความหวานมีหลายตัวนะคะ แต่ที่เรารู้จักกันดีและใช้กันแพร่หลายมากจนกลายเป็นตัวแทนความหวานคือ น้ำตาล แต่จริงๆแล้วมีอย่างอื่นอีก หนึ่งเลือกใช้ แบบไม่ให้พลังงาน หรือพลังงาน = 0 เพราะ ง่ายและเหมาะทั้งเรื่องการควบคุมน้ำตาลและแคลอรี ยิงปืนนัดเดียวได้ประโยชน์ 2 อย่าง ข้อเสียคือ “ราคาสูง” กว่าน้ำตาลปกติไปมาก หนึ่งไม่แน่ใจว่าทำไมแพง มันดูไม่น่าจะแพงขนาดนี้ (แอบบ่น อิอิ) อาจจะเป็นเรื่องของการตลาด ใครที่มีความรู้เรื่องนี้มาแชร์กันได้นะคะ หนึ่งอยากรู้ อิอิ อีกเรื่องคือ “ความหวาน” ของบางตัวที่อาจต่างจากน้ำตาลจริงไปบ้าง แต่หลังจากชิมเองหนึ่งว่าแทบไม่ต่างกันเลยค่ะ

มาดูเรื่องสูตรขนมกันบ้าง สำหรับ Almond Thin Cookies ตัวนี้บางคนอาจจะเคยเห็น เคยชิม หรือเคยกินมาแล้ว แต่ชื่ออาจจะไม่ใช่ชื่อนี้แล้วแต่จะตั้งกันไปแต่ส่วนผสมหลักๆ คืออัลมอนด์ไสลด์ คุ้กกี้ตัวนี้จะไม่ได้อุดมไปด้วยเนยและแป้งเหมือนสูตรทั่วไปเพราะอัลมอนด์เองมีให้ทั้งไขมันและคาร์บจำนวนน้อยๆ ตัวคุกกี้เกาะกันได้ด้วยโปรตีนจากไข่ขาวและแป้งจำนวนน้อยๆ สูตรนี้ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หนึ่งเลือกใช้ “equal gold” เพราะลองชิมแล้วมีความใกล้เคียงน้ำตาลมากที่สุด อย่างที่เกริ่นในบทนำไปแล้วว่าหนึ่งจะคำนวณพลังงานให้เพื่อให้ง่ายว่าควรกินมากน้อยแค่ไหนนะคะ (ปล รอบนี้ลืมนับว่าได้กี่ชิ้นเลยไม่ได้คำนวณพลังงานต่อชิ้นไว้ให้ ใครอยากรู้ วิธีคร่าวๆคืนับว่าทำได้กี่ชิ้นแล้วเอาไปหารกับพลังงานรวมที่ให้ไว้ หรือถ้าจะให้เปีะก็ชั่งขนมแต่ละชิ้นว่ากี่กรัมแล้วเทียบดู)

Almond Thin Cookies

ดัดแปลงจาก Green Cilantro

ทำได้ 20-30 ชิ้นอยู่ที่เกลี่ยได้บางแค่ไหน

พลังงานรวม 970 แคลอรี (เฉลี่ยคร่าวๆชิ้นละ 32.3 – 48.5 แคลอรี)

**ควรระวัง**แม้ขนมตัวนี้พลังงานส่วนใหญ่คือไขมันจากอัลมอนด์ซึ่งแม้ว่าจะเป็นไขมันดี (แถมอร่อย) แต่สามารถทำให้อ้วนได้ถ้ากินมากเกินไป

ส่วนผสม 

อัลมอนสไลด์ 125 กรัม

เนยละลาย(หรือน้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอก) 15 กรัม

แป้งอเนกประสงค์ 10 กรัม

ไข่ขาว 40 กรัม

วานิลลาเอ็กแทรค 1/2 ช้อนชา

equal gold ประมาณ 7 ซอง (หรือให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาล 48-50 กรัม)

เกลือหนึ่งหยิบมือ

วิธีทำ

  1. ไข่ขาว + เนยละลาย + equal gold + วานิลลาเอ็กแทรคใส่อ่างผสม ใช้ใบพายยางหรือตะกร้อมือผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นเทอัลมอนสไลดลงไปผสม เบามือนิดนึงนะคะ เดี๋ยวแผ่นอัลมอนด์หัก คลุกเลค้าให้เข้ากันจนทั่วแล้วปิดด้วยพลาสติกแรพ แช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมง
  2. เมื่อครบเวลา นำส่วนผสมข้อหนึ่งออกมาร่อนแป้ง + เกลือ คลุกเล้าจนเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกแรพ แช่ตู้เย็นอีกรอบ ใช้เวลา 30 นาที
  3. เมื่อครบเวลา วอร์มเตาที่ 160 C ไฟบนล่าง เตรียมถาดอบรองด้วยกระดาษพาร์ชเม้นท์ นำส่วนผสมออกมาจากตู้เย็น ตักส่วนผสมออกมาเกลี่ยบนพิมพ์ให้บางที่สุดเท่าที่จะบางได้ ใครอยากให้สวยๆ ทำพิมพ์วงกลมขนาด 6 cm จากกระดาษพาร์เมนท์ แบบในคลิปแต่อาจจะเสียเวลานิดนึง ถ้าเอาง่ายและเร็วคือเกลี่ยบนพิมพ์ให้เป็นแผ่นใหญ่เลย พอสุกค่อยมาตัดหรือบิเอา
  4. อบ 12-15 นาทีจนขนมสีน้ำตาลทอง นำออกจาก พักจนเย็นสนิทก่อนเสิร์ฟ

*****เกี่ยวกับสูตร*****

 Almond flake หรืออัลมอนด์สไลด์ เป็นถั่วเปลือกแข็งที่มีค่า GI ต่ำมาก ตัวเลขที่เป๊ะๆ หนึ่งไม่แน่ใจเพราะหาไม่เจอว่าถ้าอัลมอนด์สไลด์แบบนี้เท่าไหร่ เจอแต่ตัวเลขแบบรวมๆ (ซึ่งอาจจะเป็นอัลมอนด์พร้อมเยื่อเปลือกเปลือก) มีค่า GI ประมาณ 10 การที่ค่า GI อัลมอนด์ (และถั่วอื่นๆ) ต่ำมากเพราะตัวมันมีไขมันสูงมากและมีคาร์บน้อยมาก ถ้ายิ่งกินพร้อมเยื่อเปลือกซึ่งเป็นไฟเบอร์ค่า GI จะยิ่งต่ำลงไปอีก ไขมันและไฟเบอร์ย่อยนานและช้ากว่าคาร์บ เมื่อกินพร้อมกันเลยพลอยทำให้คาร์บที่ปนอยู่ถูกดูดซึมช้า —> น้ำตาลในเลือดขึ้นอย่างช้าๆ  ซึ่งเป็นผลดีต่อเบาหวาน นอกจากนี้ไขมันที่มีในถั่วอัลมอนด์ยังเป็นไขมันดี แถมมีโปรตีนสูงด้วย

เนยละลาย ในสูตรทำให้ขนมหอมเวลาอบแต่เนยเป็นไขมันที่ได้จากสัตว์ข้อเสียคือมีไขมันร้ายคือคลอเลสเตอรอลและ saturated fat ในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะไม่เป็นผลดีนักสำหรับคนเป็นเบาหวานที่มีไขมันในเลือดสูง สำหรับใครที่เป็นเบาหวานแต่อายุน้อยและเป็นคนแอคทีฟ ออกกำลังกายประจำ ใช้เนยได้นะคะเพราะเป็นปริมาณที่น้อย แต่ถ้าใครเป็นเบาหวานและมีไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจแถมมาด้วยและสูงอายุ แนะนำว่าใช้น้ำมันพืชแทน แนะนำว่าควรเป็นน้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก *อย่าใช้น้ำมันปาล์ม

แป้งอเนกประสงค์ เป็นแป้งสาลีขัดขาว จริงๆแล้วมีค่า GI สูง (ประมาณ 75) แล้วทำไมหนึ่งถึงใช้ เพราะเราใช้ในปริมาณที่น้อยมาก (แค่ 5%) บวกกับในสูตรมีส่วนผสมที่มีค่า GI ต่ำซึ่งจะช่วยเฉลี่ยค่า GI ของขนมทั้งสูตรเมื่อกินเข้าไปพร้อมกันให้ต่ำด้วย แป้งที่เติมเข้าไปเพื่อให้ขนมเกาะกันดีมากขึ้น ใครไม่อยากกินแป้ง ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ

ไข่ขาว ในสูตรนี้มีหน้าที่ทำให้ขนมเกาะกันเมื่อสุก ไข่ขาวมีโปรตีนสูงและไม่มีคาร์บเลย ค่า GI ต่ำมาก เหมาะมากสำหรับเบาหวาน

วานิลลาเอ็กแทรค ใส่ให้ขนมมีกลิ่นหอม น่ากิน ใช้ปริมาณน้อยมาก แทบไม่มีผลในเรื่องของน้ำตาลและแคลอรี

equal gold เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่เป็นกลุ่มซูคราโลส แคลอรีเท่ากับ 0 หนึ่งเลือกใช้กลุ่มซูคราโลสเพราะรสชาติใกล้เคียงน้ำตาลมากที่สุด จริงๆซื้อมาหลายยี่ห้อแต่ลองชิมแล้วยี่ห้อการให้ความหวานคล้ายน้ำตาลที่สุด

 

 

****เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารให้ความหวานแทนน้ำตาลสำหรับเบาหวาน****

 

นับว่าโชคดีมากที่โลกเรามีทางเลือกในการทำอาหาร แม้จะไม่มีน้ำตาล ชีวิตก็หวานได้ อิอิ สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่จะพูดถึงนี้เป็นแบบให้พลังงานน้อยมากหรือเรียกได้ว่าไม่ให้พลังงานเลย ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน บ้านเรามีขายได้แก่

  1. แอสปาเทม (Aspartame)
  2. ซูคราโรส (sucralose) ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เช่น ฟิตเน่ สวีท ซูคราโลส (Sweet Fitne Sucralose), อีควลโกลด์ (equal gold),  ทรูสเลน (Truslen), คอนโทรล (Kontrol)
  3. อะเซซัลเฟม-เค (Acetsulfame -K)+ แอสปาร์เทม เช่น สวีท แอนด์ โลว์ (Sweet’N Low)
  4. สเตวิโอไซ์ด์ (Stevioside) หรือ สเตเวีย (Stevia) หรือหญ้าหวาน มีหลายยี่ห้อมากๆ
 สารให้ความหวาน ความหวานเทียบกับน้ำตาล  รสชาติ  ทนความร้อน
 ปริมาณที่ควรได้รับ
 แอสปาร์เทม  180-200 เท่า  รสขมถ้าใช้ปริมาณมาก  ไม่ทนความร้อน  ไม่เกิน 50 มกต่อน้ำหนักตัว 1 กกต่อวัน
ซูคราโลส  600 เท่า  รสชาติคล้ายน้ำตาล ไม่ขม  ทนความร้อนได้ดี  ไม่เกิน 15 มกต่อน้ำหนักตัว 1 กกต่อวัน
 อะเซซัลเฟม-k + แอสปาเทม  200 เท่า  รสไม่ขมมาก  ทนความร้อนได้? ไม่เกิน 15 มกต่อน้ำหนักตัว 1 กก ต่อวัน
 สเตวิโอไซด์ (หญ้าหวาน)  300 เท่า  อาจมีรสขม  ทนความร้อนได้ดี ไม่เกิน 0-4 มกต่อน้ำหนักตัว 1 กก ต่อวัน*
* ค่าชั่วคราว

หากอยากรู้ว่าสารให้ความหวานที่วางขายเป็นกลุ่มไหน อ่านที่สลากข้างกล่องตรงส่วนผสมได้เลยค่ะ มีบอกทุกยี่ห้อและเนื่องจากสารให้ความหวานเหล่านี้หวานกว่าน้ำตาลหลายเท่า ทำให้มีปริมาณที่น้อยมากผู้ผลิตจึงมีการเพิ่มสารบางอย่างเข้าไปและมักเป็นแอลกอฮอล์ของน้ำตาล (เช่น ซอร์บิทอล อิริทรทอล )ที่ให้ความหวานน้อยๆ และให้พลังงานน้อยมากเหมือนกันเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณหรือให้ความหนืด

หนึ่งสรุปคุณสมบัติต่างๆเป็นตารางของสารให้ความหวานแบบไม่ให้พลังงานตามตารางนี้นะคะ

 

**สารพวกนี้ปลอดภัยแค่ไหน

ปลอดภัย หากใช้ไม่เกินปริมาณที่กำหนดและใช้ถูกวิธี จะสังเกตุว่าสารบางตัว ไม่ทนความร้อน ซึ่งหมายความว่าเอามาทำขนมอบหรือชงดื่มกับเครื่องดื่มร้อนไม่ได้ (แอสปาร์เทม) ส่วนตัวที่ทนความร้อนได้ดีคือ ซูคราโลสและหญ้าหวาน ใช้ทำขนมอบได้  แต่ถ้าใครกังวลว่า กินนานๆบ่อยๆ จะเป็นมะเร็งไหม คำตอบคือ ไม่เป็นค่ะ ๆ สารดังกล่าวข้างต้นไม่มีตัวไหนเป็นสารก่อมะเร็ง

 

**น้ำตาลแคลอรีต่ำเหมาะกับคนเป็นเบาหวาน?

หลายคนอ่านเคยเห็นผ่านตาว่ามีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำตาลที่เรียกว่า “น้ำตาลแคลอรีต่ำ” ซึ่งเป็นน้ำตาลทรายผสมกับสารให้ความหวานแบบไม่ให้พลังงาน (เช่น ไลท์ ซูการ์,  มิตรผลแคลอรี,  ลิน ฮาล์ฟ เบเกอรี, สเปลนดา) จุดประสงค์หลักคือ เพื่อลดพลังงานโดยรวมโดยที่ยังให้ความหวานเหมือนน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาสำหรับคนเป็นเบาหวาน เพราะ มีน้ำตาลทรายในปริมาณสูงมาก คือมากกว่า 90%

 

diabetic baking

 

สูตรขนมง่ายนิดเดียว แต่รายละเอียดเยอะจริงๆ 😉 หวังว่าจะมีประโยชน์นะคะ

 

อ้างอิง  http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

chocolate mousse
Diabetic Dessert Recipes No 3: Low Sugar Chocolate Mousse
September 02, 2018
diabetic bakery
Diabetic Dessert Recipes No 2 : Baked Ricotta cheesecake
July 02, 2018
ขนมหวานสำหรับเบาหวาน
Diabetic dessert recipes: Introduction ขนมหวานสำหรับเบาหวาน: บทนำ
May 03, 2018

1 Comments

FUFY
Reply May 5, 2018

บทความดีๆ สาระดีๆ ชอบๆ ^_^

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *