Coffee Banoffee


Banoffee มา(อีก)แล้วค่าาา หลังจากทำ Banoffee Cake ไปแล้วซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นสูตรที่หนึ่งชอบกินมากๆๆถึงมากที่สุด เพราะรสชาติลงตัวมากๆ ไม่คิดว่าจะทำบนอฟฟีอีกครั้งจนวันนี้ ^_^ แต่ในที่สุดก็มี “Coffee Banoffee” ออกมา เหตุเพราะไปทานอาหารร้าน OSHA มาเป็นร้านที่หนึ่งชอบไอเดียการนำเสนออาหารเค้ามากๆ (เดี๋ยววันหลังรีวิวอาหารร้านนี้ให้อ่านกันนะคะ) วันนั้นตบท้ายอาหารด้วยเมนูขนมหวาน หนึ่งเลือก “บานอฟฟีโอเลี้ยง” เพราะชื่อฟังดูน่าสนใจมากๆ พอได้กิน แค่การนำเสนอก็น่าสนใจแล้ว พอตักชิม…อื้มมันอร่อยนะ เค้าใช้กล้อยน้ำว้าเชื่อมแทนกล้วยหอม รสนัวๆ ไม่หวานจัด ชอบๆๆ เลยลองกลับมาทำกินเองที่บ้าน แต่หนึ่งปรับให้รสมันเข้มขึ้นมาอีกนิดตามความชอบส่วนตัว ได้ บานอฟฟีโอเลี้ยง หรือ coffee banoffee แบบนี้เลย น่ากินไหมคะ ^_^ หนึ่งเอาแป้งพัฟมารีดๆ จับคู่แบบปาท่องโก๋ กินคู่กันอร่อยไปอีกแบบนะ หรือจะกินคู่กับทองม้วนก็เก๋ไก๋ไม่หยอกค่ะ
 
DSC_1531
 
สำหรับสูตรไม่มีอะไรใหม่ หนึ่งหยิบสูตรเก่าๆมาปรับนู่นนิด นี่หน่อยและรวมร่างกันใหม่ หนึ่งเลือกใช้ฐานเป็นบราวนีรสเข้มๆ ใช้กล้วยน้ำว้าเชื่อมแทนกล้วยหอม ทำคาราเมลรสกาแฟ ตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีมผสมมาสโคโปนชีส ชิมแล้ว…อื้ม อร่อยเลยนะ แต่คนละอารมณ์กับ Banoffee Cake ที่เคยลงไป รสจะนัวๆรวมกันไปหมด ฐานหนุบหนับ กล้วยเชื่อมก็หนุบหนับ กินคาราเมลกาแฟและครีม คือสรุปว่าอร่อยค่ะ การใช้กล้วยน้ำว้าเชื่อมทำให้ไม่มีกลิ่นกล้วยหอม หลายคนอาจจะรู้สึกว่า มันจะใช่บานอฟฟีเหรอตะเอง หนึ่งว่าต้องลองดูค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับรสกาแฟเพราะไม่มีกลิ่นกล้วยหอมมาแย่งซีนกลิ่นกาแฟ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าหากล้วยเชื่อมลำบาก จะใช้กล้วยหอมเหมือนเดินก็ไม่มีปัญหาค่ะ หนึ่งทำสองแบบในรอบเดียวกันนะคะ คือใส่ถ้วย และแบบถาด มาดูเวอร์ชันถาด กินคู่กับทองม้วนค่ะ
 
DSC_1519e
 
เวอร์ชันถ้วย เสิร์ฟพร้อมปาท่องโก๋พัฟ ^_^
 
DSC_1545
 
มาดูสูตรกันดีกว่า หนึ่งไม่ได้รีวิววิธีทำละเอียดในบล็อกเอ็นทรีนี้นะคะ เพราะเคยรีวิวมาแล้ว อยากดูรีวิววิธีทำแต่ละขั้นตอนคลิ้กลิงค์ของแต่ละสูตรได้เลยค่ะ ขนมประกอบด้วย

1. ฐาน-dark chocolate brownie (อยากเปลี่ยนเป็นแครกเกอร์ก็ได้ตามชอบเลยค่ะ)
2. กล้วยน้ำว้าเชื่อม (หนึ่งใช้ไปทั้งหมดประมาณ 8 ลูก) จะใช้กล้วยหอมแทนก็ได้ค่ะ
3. coffee mascapone caramel
4. Sublime cream (whipping cream + mascapone cheese)
5. ปาท่องโก๋พัฟ

Dark chocolate brownies
หนึ่งใช้พิมพ์ 3 ปอนด์อบ วิธีทำอย่างละเอียด คลิกทีนี่

*เนย 114 กรัม
*dark chocolate 114 กรัม (chocolate solid 60-70%)
*ผงโกโก้ 20 กรัม
*ไข่ 2 ฟอง
*น้ำตาล 180 กรัม
*แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
*วานิลา 1/2 ฝักหรือ vanilla extract 1 ชช
*เกลือ 2 หยิบมือ

วิธีทำ
1.อุ่นเตาที่ 175 องศา กรุฐานพิมพ์เค้กด้วยกระดาษรองอบ หนึ่งใช้พิมพ์เค้กสามปอนด์ อบออกมาได้ความสูงกำลังดีตามรูปเลยค่ะ
2.เนยและช็อคโกแลตสับเป็นชิ้นหยาบๆ ใส่อ่างสเตนเลส ละลายโดยนำอ่างผสมไปตั้งบนหม้อใส่น้ำที่ต้มจนน้ำร้อน คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ยกออกมาพักไว้
3. ร่อนแป้งและผงโกโก้ พักไว้
4.ไข่+ วานิลา+ น้ำตาล ในอีกอ่างผสม ตีด้วยเครื่องตีจนเป็นครีมข้น สีจาง เทส่วนผสมของแป้งและเกลือลงไป ตะล่อมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ตามด้วยส่วนผสมของชอกโกแลตที่ละลายไว้ ผสมให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ อบ 15 นาทีไฟ บน-ล่าง พอครบเวลานำเอาออกมาพักไว้จนขนมคลายความร้อน นำบราวนีออกจากพิมพ์ แกะกระดาษรองอบออก พักต่อจนขนมเย็นสนิท

coffee mascapone caramel
ดัดแปลงจากสูตรของ Christophe Adam ดูรีวิวละเอียดคลิกทีนี่

* เจลาตินผง 4 กรัมและน้ำเย็น 1 ช้อนโต๊ะสำหรับบลูมเจลาติน
* น้ำตาล 180 กรัม
* กาแฟ 4 1/2 ช้อนชา (ใครชอบเข้มๆได้ถึง 5 ช้อนชา)
* น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
* วิปปิ้งครีม 230 กรัม
* เนย 112 กรัม
* mascarpone cheese 350 กรัม
* เกลือ 1 หยิบมือ

วิธีทำ
1. บลูมเจลาตินในน้ำเย็น ไมโครเวฟครีมให้ร้อนนำกาแฟมาชงจนกาแฟละลายในครีมจนหมด พักไว้
2. ไมโครเวฟครีมจนร้อน เติมกาแฟและเกลือ คนให้เข้ากัน พักไว้
3. มาทำคาราเมลรสกาแฟ น้ำตาล + น้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ หนึ่งใช้ไฟแรงแต่จับตามองคาราเมลให้ดี ต้องให้น้ำตาลไหม้เป็นสีเข้มจัดๆ นะคะ คาราเมลที่ออกมาจะหอมๆ ถ้าแค่สีอำพันพอเจอครีมและชีสเข้าไปรสจะอ่อนจนแทบไม่รู้ว่าคือคาราเมล เมื่อคาราเมลสีเข้มจัดแล้วปิดไฟ ใส่ครีมกาแฟลงไป ตอนนี้จะเกิดฟองฟู่ ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ต้องตกใจนะคะ ยกหม้อลงจากเตาแล้วใช้ช้อนไม้คนคาราเมล ใส่เจลาตินลงไปแล้วคนต่อไปเรื่อยๆประมาณ 3 นาทีแล้วใส่เนยลงไป คนต่อจนเนยละลายและคาราเมลคลายความร้อนลง คนต่อจนความร้อนลดลงเหลือ 100 F (หนึ่งไม่ได้วัดแต่ทดสอบด้วยการตักคาราเมลขึ้นมาแล้วใช้นิ้วแตะๆครีม มันจะร้อนแต่ทนได้) เทคาราเมลลงไปใน mascarpone ใช้ตะกร้อมือตีผสมผสมจนเข้ากัน ถึงตอนนี้คาราเมลจะเย็นตัวลงและสามารถนำไปใช้ได้เลย

Topping cream

* Cream with mascarpone (หนึ่งใช้ของ Sublime Elle&Vire) 400 มล
* น้ำตาล 3-4 ช้อนโต๊ะ

ถ้าหา cream with mascarpone ไม่ได้ใช้วิปปิ้งครีมอย่างเดียวในปริมาณเท่ากันหรือจะใช้ วิปปิ้งครีม 200 กรัมตีจนตั้งยอดแข็งแล้วไปผสมกับ mascarpone 180 กรัม

วิธีทำ ตีครีมเมื่อขนมเซ็ทตัวแล้ว และนำขนมออกจากพิมพ์แล้วประกอบร่าง

การประกอบร่าง
1. เตรียมพิมพ์แบบถอดก้นได้ขนาด 3 ปอนด์ เอาบราวนีมาวางที่ฐาน (หนึ่งใช้พิมพ์ 2 ปอนด์โดยเอาบราวนีที่เกินไปใส่ถ้วยค่ะ)
2. หั่นกล้วยเชื่อมเป็นชิ้นแบบในรูปแล้วนำวางเรียงบนหน้าเค้ก ตามด้วยคาราเมลครีมให้ท่วมกล้วย นำไปแช่ตู้เย็นจนขนมเซ็ทตัวอย่างน้อย 2 ชม
3. ตีครีมแล้วนำมาตกแต่งตามชอบ
 
DSC_1486
 
DSC_1489
 
ปาท่องโก๋พัฟ – หนึ่งใช้แป้งพัฟสำเร็จรูป มารีดให้บางประมาณ 0.5 cm แล้วตัด กว้างประมาณ 1 cm ยาว 3 cm แล้วจับคู่เหมือนปาท่องโก๋ อบ 200 F ไฟบนล่างจนขนมพอง สีสวยประมาณ 15 นาที (แล้วแต่เตา)

เสร็จแล้วๆๆ เสริ์ฟได้ค่า มีสองเวอร์ชันเลย ชอบแบบไหนเลือกเลยนะคะ ^_^
 
DSC_1525e
 
DSC_1535
 
DSC_1520ee

ส่วนตัวหนึ่งว่าแบบใส่แก้วมันให้อารมณ์กินโอเลี้ยงมากกว่า อิอิ ต้องใช้ช้อนที่ยาวหน่อยจ้วงแบบลึกๆให้กินได้พร้อมกันทุกชั้นมันจะฟินมากค่า ถ้ารู้สึกหวานไปก็แกะปาท่องโก๋กินเก๋ๆ ส่วนตัวหนึ่งว่ากินด้วยกันแล้วอร่อย แต่เพื่อนอีกคนบอกไม่ต้องกินกบอะไรเลยอร่อยที่สุด ไม่หวานมาก ก็แล้วแต่คนชอบเนอะ มา..อ้ำๆกัน
 
DSC_1554

เป็นอีก 1 สูตรที่ชอบค่ะ ส่วนตัวไม่ดื่มกาแฟ แต่ถ้ามันแปลงเป็นอย่างอื่นไช่เค้ก ไอศครีม บลาๆ กินหมด ^_^ สำหรับ Coffee Banoffee นี่อร่อยนะคะ ลองทำดูว่าชอบเหมือนกันไหม

Happy Baking ค่า ^_^
 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

1 Comments

FUFY
Reply September 15, 2016

อร่อยจ้าา คอนเฟิร์ม ^_^

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *