Banoffee cake


หนึ่งเคยทำ banoffee pie นานมากแล้วตั้งแต่สมัยยังหัดทำขนมใหม่ๆ ตอนนั้นหาสูตรในอินเตอร์เน็ท ฐานเป็นโอรีโอ ทำเสร็จชิมแล้ว…อืม….มันไม่ใช่อ่ะมันไม่ใช่ ทำไมมันไม่อร่อย >_< จริงๆแล้วหนึ่งชอบกินกล้วย และกล้วย คาราเมล และช็อกโกแลตมันเป็นอะไรที่เข้ากันสุดๆ แต่ตอนนั้นหนึ่งอาจจะยังอ่อนประสบการณ์และทำอะไรผิดพลาดไปเองทำให้ขนมออกมาไม่อร่อยเท่าทีควร ตั้งแต่นั้นไม่คิดอยากทำบานอฟฟีอีกเลย พาลไม่อยากกินบานอฟฟีที่ขายๆกันอยู่ด้วย เป็นความบอบช้ำทางจิตรใจอย่างหนึ่ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่หนึ่งทำบานอฟฟี แต่ทำเป็น Banoffee cake ขอบอกว่าครั้งแตกต่างสุดๆจากครั้งแรก เพราะได้ขนมออกมาอร่อยที่ซู้ดดด (โม้ ไม้) หนึ่งใช้ฐานเป็นเค้กช็อกโกแลตซึ่งทำง่ายมากกกกแถมอร่อยด้วย ส่วนตัวของคาราเมลไม่ใช่คาราเมลธรรมดา แต่เป็นคาราเมล mascarpone ที่หอมมากกกกกกกและอร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทำคาราเมลมา ทำไม่ยาก ไม่ต้องตุ๋นนมข้นหวานหลายชั่วโมงด้วย สูตรนี้หนึ่งปรับมาจากสูตรไส้เอแคลร์คาราเมลของ Christophe Adam เชฟที่หนึ่งกำลังปลื้มตอนนี้ ^_^ ตัวท้อปปิ้งหนึ่งเลือกวิปปิ้งครีมผสม mascarpone เพราะหนึ่งว่ารสออกมาอร่อยกว่า มีมิติของรสชอบมากกว่าการใช้วิปปิ้งครีมธรรมดาแต่ยังคงความเบาและนุ่ม แต่ถ้าใครไม่อยากยุ่งยากจะใช้วิปปิ้งครีมอย่างเดียวก็ไม่มีปัญหาค่ะ มาดู Banoffee cake ของหนึ่งกัน น่ากินไหมๆ 😉   DSC_0058
 
เค้กตัวนี้ทำกินเองที่บ้านอร่อยสะใจมากค่ะ เพราะคาราเมลหอมๆ ราดมาแบบไม่ต้องเกรงใจใคร แถมใส่เยอะก็ไม่หวานจัด แต่ถ้าทำขายต้นทุนอาจจะสูงกว่าสูตรอื่นนะคะ

Banoffee cake

ขนมมี 3 ชั้นคือ

1. ช้อกโกแลตเค้ก
2. คาราเมลครีมและกล้วยหอม หนึ่งใช้กล้วยหอม 2 ลูก
3. ชั้นครีม
เตรียมตามลำดับเลยค่ะ

(1) Chocolate cake
ดัดแปลงจากสูตรของ liv for cake ใช้พิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 15x15x7 cm (กxยxส)

* แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
* น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
* โกโก้ 1/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ (ร่อน 1 ครั้ง)
* baking soda 3/4 ช้อนชา
* ผงฟู 1/2 ช้อนชา
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* ไข่ไก่ 1 ฟอง (หนึ่งใช้ไข่เบอร์ 2)
* น้ำร้อนสำหรับชงกาแฟ 1/4 ถ้วย + 1 ช้อนโต๊ะ
* กาแฟ 2-3 ช้อนชา
* น้ำมันพืช (หนึ่งใช้คาโนลา) 1/8 ถ้วย
* buttermilk 1/4 ถ้วย+ 1 ช้อนโต๊ะ (หนึ่งใช้นมสดผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้ผสมกันแล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนใช้)

วิธีทำ
1. ชงกาแฟกับน้ำร้อนแล้วพักไว้ วอร์มเตา 175 c ปูกระดาษรองอบที่พิมพ์
2. ของแห้งทุกอย่าง (แป้ง+โกโก้+ผงฟู+baking soda+เกลือ) ใส่อ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตะล่อมๆให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วทำหลุมตรงกลาง ใส่ของเหลวทุกอย่าง (น้ำกาแฟ น้ำมันและ buttermilk) รวมทั้งไข่ลงไปในหลุม ใช้ตะกร้อมือตีๆให้ส่วนผสมเข้ากัน ใครจะใช้ hand mixer ก็ได้นะคะ แต่หนึ่งใช้ตะกร้อมือตีจนผ่วนผสมเข้ากันและเนียน
 
collage1
 
3. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ ส่งเข้าเตาอบ อบประมาณ​30-45 นาทีหรือจนสุก เช็คสุกด้วยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปตรงกลางขนมแล้วดึงออก ถ้าขนมสุกไม้จิ้มฟันจะแห้ง
 
collage3
 
เมื่อสุกแล้วนำออกจากเตา พักในพิมพ์ประมาณ 10 นาทีแล้วใช้มีดแซะขอบเค้ก นำเค้กออกจากพิมพ์แล้วพักให้เย็นสนิทบนตะแกรงก่อนใช้

(2) caramel mascarpone cream
ดัดแปลงจากสูตรของ Christophe Adam

* เจลาตินผง 2 กรัมและน้ำเย็น 1/2 ช้อนโต๊ะสำหรับบลูมเจลาติน
* น้ำตาล 80-90 กรัม
* น้ำเปล่า 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
* วิปปิ้งครีม 115 กรัม
* เนย 56 กรัม
* mascarpone cheese 175 กรัม
* เกลือ 1 หยิบมือ

วิธีทำ
1. บลูมเจลาตินในน้ำเย็น
2. ไมโครเวฟครีมจนร้อนใส่เกลือ คนให้เข้ากัน พักไว้
3. มาทำคาราเมลกันค่ะ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก น้ำตาล + น้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ หนึ่งใช้ไฟแรงแต่จับตามองคาราเมลให้ดี ต้องให้น้ำตาลไหม้เป็นสีเข้มจัดๆ นะคะ คาราเมลที่ออกมาจะหอมๆ ถ้าแค่สีอำพันพอเจอครีมและชีสเข้าไปรสจะอ่อนจนแทบไม่รู้ว่าคือคาราเมล เมื่อคาราเมลสีเข้มจัดแล้วปิดไฟ ใส่ครีมลงไป ตอนนี้จะเกิดฟองฟู่ ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ต้องตกใจนะคะ ยกหม้อลงจากเตาแล้วใช้ช้อนไม้คนคาราเมล ใส่เจลาตินลงไปแล้วคนต่อไปเรื่อยๆประมาณ 3 นาทีแล้วใส่เนยลงไป คนต่อจนเนยละลายและคาราเมลคลายความร้อนลง คนต่อจนความร้อนลดลงเหลือ 100 F (หนึ่งไม่ได้วัดแต่ทดสอบด้วยการตักคาราเมลขึ้นมาแล้วใช้นิ้วแตะๆครีม มันจะร้อนแต่ทนได้) เทคาราเมลลงไปใน mascarpone ใช้ตะกร้อมือตีผสมผสมจนเข้ากัน ถึงตอนนี้คาราเมลจะเย็นตัวลงและสามารถนำไปใช้ได้เลย
 
collage2
 
(3) Topping cream
* Cream with mascarpone (หนึ่งใช้ของ Elle&Vire) 300 มล
* น้ำตาล 3-4 ช้อนโต๊ะ

ถ้าหา cream with mascarpone ไม่ได้ใช้วิปปิ้งครีมอย่างเดียวในปริมาณเท่ากันหรือจะใช้ วิปปิ้งครีม 100 กรัมตีจนตั้งยอดแข็งแล้วไปผสมกับ mascarpone 90 กรัม

วิธีทำ ตีครีมเมื่อขนมเซ็ทตัวแล้ว และนำขนมออกจากพิมพ์แล้ว

การประกอบร่างเค้ก

1. เตรียมพิมพ์สี่เหลี่ยมแบบถอดก้นได้ขนาดเท่ากับเค้ก
2. สไลซ์เค้กเป็นสองชิ้นความหนาประมาณ 1.5 cm จะได้เค้กสองชิ้น อีกชิ้นที่ยังไม่ใช้เก็บไว้ใช้รอบหน้า
3. แบ่งครีมทาบางๆที่เค้กก่อน ปอกกล้วยหั่นตามยาวแล้ววางเรียงบนหน้าเค้ก ตามด้วยคาราเมลครีมที่เหลือให้ท่วมกล้วย นำไปแช่ตู้เย็นจนขนมเซ็ทตัวอย่างน้อย 2 ชม
 
collage4
 
4. นำเค้กออกจากพิมพ์ ตีครีมกับน้ำตาลจนตั้งยอดแข็ง ใส่ถุงบีบ เลือกหัวบีบแบบที่ชอบ บีบตกแต่งแล้ว
 
1
 
โรยด้วยผงโกโก้
 
2

เสร็จแล้ว ตัดแบ่งได้เลย เพื่อความสวยงามควรตัดตั้งฉากกับความยาวกล้วย แบ่งกันๆกัน คาราเมลหอมมากกกกกก เข้ากับกล้วยที่สุดและมีตัวเค้กช็อกโกแลตรสเข้มมาเสิร์มความเข้ม ตัดเบาๆด้วยครีมนุ่มๆ อร่อยมากค่ะ เป็นบานอฟฟีที่หอมและอร่อยที่เท่าที่เคยกินมา…นั่น ^_^
 
5
 
อยากรู้ว่าหนึ่งโม้ไปเองหรือเปล่าก็ลองทำดูนะคะ ทำเสร็จแบ่งมาให้ชมบ้างนะคะ ^_^
 
***สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพหรือข้อความใดๆไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต หากคุณคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์กรุณากดปุ่ม ” share” ท้ายบล็อกหรือ redirect link มาที่เพจนี้***

adrenalinerush
About me

Deeply in love with traveling, cooking and baking. Also love to write and like to share. Join me in traveling and kitchen adventures!

YOU MIGHT ALSO LIKE

Orange Custard Cupcake
November 30, 2017
Orange Cotton Cake
November 08, 2017
No Bake Durian Cheesecake
No Bake Durian Cheesecake
July 10, 2017
Matcha Green Tea Cotton Light Cheesecake
Matcha Green Tea Cotton Light Cheesecake
May 15, 2017
Green tea yuzu strawberry roll cake
Green tea yuzu strawberry roll cake
May 02, 2017
Purple potato Blueberry Mont blanc
December 13, 2016
banana foster upside down cake
Banana Foster Upside Down Cake
November 15, 2016
chocolate cake
Chocolate cake
October 13, 2016
castella cake
Castella Cake
October 06, 2016

1 Comments

FUFY
Reply June 29, 2016

อร่อยและอ้วนมาก จ๊ากกก

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *